บริหารการเงิน

หนี้ 4 ทาง และการจัดการที่ต้องรู้

  • 30 สิงหาคม 2560, 10:00 น. |
  • เปิดอ่าน 832
Share on Google+
LINE it!
- +

หนี้สิน 4 ทางที่คนส่วนใหญ่มักจะมี และการบริหารจัดการหนี้สินที่ควรรู้

เรื่อง กั๊ตจัง ภาพ รอยเตอร์ส

เวลานี้ในสังคมโลกมีคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นพวกชักหน้าไม่ถึงหลัง ยังไม่ทันสิ้นเดือนก็ใช้เงินจนหมด พวกเขาที่เป็นอย่างนี้เพราะมีความเชื่อว่าคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว อย่าปล่อยให้ตัวเองเสียใจภายหลัง เวลาย้อนกลับ ไม่ได้มีแรงเที่ยวได้ฉันต้องเที่ยวเดือนเว้นเดือน ฉันต้องเดินทางต่างประเทศทุกปี หรือ ปีละ 2 ครั้งยิ่งดี ไม่ทันคิดถึงดอกเบี้ยของหนี้บัตรเครดิต และหนี้สินต่างๆ วันดีคืนดีต้องการใช้เงินด่วน ต้องมานั่งเครียดกับปัญหาการเงินจนตกเป็นฝ่ายถูกเจ้าหนี้บงการชีวิต หนี้สินของคนส่วนใหญ่จะมีอยู่ 4 ทาง จะจัดการอย่างไรถึงจะดี?

1.สินเชื่อที่อยู่อาศัย เพราะว่าบ้านเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ แต่หากเราซื้อบ้านเกินกำลังที่เราจะสามารถผ่อนจ่ายไหว ก็จะกลายเป็นหนี้สินก้อนโตที่บั่นทอนความมั่งคั่งของตัวเราเองในอนาคต หากดูดอกเบี้ยในการผ่อนจ่ายที่อยู่อาศัยในแต่ละเดือน เราจะพบว่ารถเสียเงินไปประมาณเดือนละ 8,000 บาท ซึ่งเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสแต่ ทุกคนมักจะยอมผ่อนจ่าย โดยเชื่อว่าสักวันหนึ่งในอนาคตราคาของบ้านก็จะสูงขึ้นอย่างแน่นอน นี่เป็นการประเมินสถานการณ์ในอนาคตแบบมองโลกในแง่ดีเกินไป

ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาบ้านลดลง ไม่เท่ากับว่าเงินที่เราจ่ายไปนั้นเป็นการสูญเปล่าเหมือนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 หรอกหรือ ดังนั้นการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ถูกต้อง คือยอดเงินผ่อนชำระรวมดอกเบี้ยในแต่ละเดือนต้องไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ลองดูความสามารถของตัวเองก่อนซื้อจะดีกว่า

2.หนี้ผ่อนรถยนต์ คนส่วนมากเมื่อผ่อนรถยนต์คันเก่าหมด ก็จะเก็บเงินไปสักระยะหนึ่ง เมื่อมีการขึ้นเงินเดือนหรือได้โบนัสหรือมีรายได้มากพอ ก็จะหาทางซื้อรถคันต่อไป แต่สิ่งที่เราควรรู้ก็คือ การซื้อรถยนต์คันใหม่จะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ครอบครัว สมมติว่ารถยนต์คันปัจจุบันเพิ่งผ่อนหมดไม่นาน แล้วเอารายได้ต่อปีไปผ่อนคันใหม่อีก เท่ากับว่าคุณเสียเวลาเก็บเงินสำรองเลี้ยงชีพก้อนใหญ่หายไปอีก 4-6 ปี ความเชื่อแบบผิดๆ ก็คือการซื้อผ่อนและการเช่า ช่วยให้ได้รถยนต์คันหรูมาใช้ด้วยเงินอันน้อยนิด แต่ความจริงแล้วคนรวยมักซื้อรถยนต์ตามกำลังทรัพย์ เมื่อได้มาแล้วจะใช้งานเป็นเวลานานให้ถึงจุดคุ้มทุน นี่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จทางการเงิน

3.สินเชื่อบัตรเครดิต เรามักจะเชื่อว่า การผ่อน 0% นาน 3 เดือนดีกว่าซื้อเงินสด เพราะเท่ากับเราสามารถยืดระยะเวลาการถือเงินสดไว้ในมือ โดยที่ไม่เสียดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว แถมยังใช้คะแนนสะสมได้บัตรเครดิตเป็นส่วนลดซื้อของได้อีกด้วย ความคิดนี้ก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว แต่ถ้าคนที่ยังหาเงินเลี้ยงตัวเองไม่ได้ดีมากนัก แล้วคิดว่าการใช้บัตรเครดิตจะทำให้ได้ส่วนลดก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

เมื่อไหร่ที่มีบัตรเครดิตเวลาไปเดินห้าง เราจึงมักใช้จ่ายโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ คิดว่าอนาคตจะสามารถผ่อนได้ นานวันเข้าก็เกิดเป็นหนี้บัตรพอกพูน ทำให้เราขาดความมั่นใจในการใช้เงิน และใช้ชีวิต สุดท้ายเรานี่แหละที่ต้องวิ่งเต้นหาเงินมาใช้หนี้และดอกเบี้ย เพราะหลุมพรางที่ธนาคารและร้านค้าสร้างไว้คนที่ซื้อของผ่อนจ่ายดอกเบี้ย 0% นาน 3-10 เดือน คนส่วนใหญ่มักจะชำระเงินไม่หมดตามกำหนดได้ทุกเดือน

4.หนี้สินเพื่อการลงทุน การกู้เงินลงทุนเป็นเรื่องปกติสามัญของคนที่คิดอยากจะทำธุรกิจ เรามักจะคิดว่ายืมเงินคนอื่นมาลงทุนดีกว่าใช้เงินตัวเองมาลงทุนแล้วหมดไป แต่ความจริงแล้วการกู้เงินมาลงทุนนอกจากเสียดอกเบี้ยแล้วยังเสี่ยงให้เกิดความเสียหาย คุณอาจจะเห็นตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จตามสื่อต่างๆ นั่นเพราะสื่อมวลชนให้ความสนใจ แต่ตัวอย่างที่ล้มเหลวอีก 95% มีอยู่ดาษดื่นรอบตัว

หากไม่ใช่นักลงทุนมืออาชีพ หรือเริ่มที่จะศึกษาเรียนรู้การลงทุนเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะกู้เงิน ก็ควรหยุดพฤติกรรมนี้เสียดีกว่า

การจัดการหนี้ทั้ง 4 ทาง สิ่งแรกที่เราต้องทำให้ได้ ก็คือการอุดรูรั่วเพื่อไม่ให้เกิดหนี้ก้อนใหม่ แล้วค่อยๆ กำจัดหนี้สินทีละอย่าง หลายคนที่เคลียร์หนี้สินแล้วสามารถกลับมาเป็นเศรษฐี ก็ล้วนแต่ใช้วิธีนี้ด้วยกันทั้งสิ้น