บริหารการเงิน

วางแผนดีรู้จักกินรู้จักใช้ สบายใจเมื่อวัยเก๋า

  • 26 กรกฎาคม 2560, 10:00 น. |
  • เปิดอ่าน 453
Share on Google+
LINE it!
- +

การบริหารเงินอย่างฉลาดช่วยให้สบายตอนแก่

เรื่อง กันย์ ภาพ อีพีเอ

ตอนวัยรุ่นจนถึงวัยหนุ่มสาว จะใช้เงินอย่างไรก็ได้ยังพอจะหยวนๆ ให้พอมีอิสระเสรี เพราะอายุยังน้อยยังพอมีเวลาหาเงิน อีกทั้งภาระต่างๆ ยังไม่มากนัก แต่เมื่ออายุล่วงเข้าวัย 30 ปี จะมัวใช้เงินตามใจเรื่อยๆ เปื่อยๆ ไม่คิดเก็บออมไม่วางแผนการเงินนั้นไม่ได้แล้วนะผิดมหันต์เลย ต้องหัดใหม่ละเอียดถี่ถ้วนกับการใช้เงินให้มากขึ้น อะไรควรใช้ อะไรควรประหยัด ถ้าอยากสูงวัยแบบสบายๆ การบริหารจัดการเงินดูเป็นเรื่องที่ต้องปรับวิธีคิดไปตามอายุที่เติบโตขึ้น จะกินจะเที่ยวก็ต้องคิดหน้าหลัง จะไปไหนก็นั่งแต่รถเมล์ไม่ยอมขึ้นแท็กซี่เพราะเสียดายเงิน จะซื้อตั๋วคอนเสิร์ตก็ไม่ได้หลับหูหลับตาจ่ายๆ แบบไม่คิด และยิ่งถ้ามีจิตใจชอบส่วนลด เก็บสะสมคูปอง แลกแต้มรับสินค้า สารพัดกลยุทธ์ที่งัดมาใช้เพื่อให้เห็นว่าเราเป็นคนที่มัธยัสถ์และมีความคิดในการใช้เงินอย่างชาญฉลาดนั้นไม่ได้หมายความว่างกนะ แต่รู้จักเลือกนั่นเอง อย่ามองข้ามเงินน้อย 5 บาท 10 บาท หลายๆ เหรียญก็เป็นร้อยเป็นพันได้ ยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ใช้จ่ายอะไรทั้งที ก็ต้องเลือกที่คุ้ม แถมวัยอย่างเราต้องมีหัวคิดเก็บออมเงินและลงทุนให้งอกเงยในอนาคตอีกต่างหาก มาดูสิว่าทำอย่างไรให้บริหารเงินได้อย่างฉลาดมากที่สุด

1.ลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเก็บเงินไปเรียนต่อต่างประเทศ อยากกินอาหารออร์แกนิกไปตลอดชีวิต (แต่มักขายแพงกว่าผักผลไม้ปกติไปเสียอีก) อยากลาออกจากงานไปเที่ยวยุโรปสัก 3 เดือน อยากทำอะไรก็ตาม ขอให้ระบุมาให้ชัดเจน และเรียงลำดับ 1 2 3 4 5 เพื่อกำหนดสัดส่วนการใช้จ่ายเงิน ให้เหมาะสม

2.เลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา เมื่อเรียงความสำคัญของการใช้จ่ายแล้ว ลำดับต่อมาคือการเลือกระบบให้เราจัดการเงินเข้าไปในเป้าหมายนั้น ที่สำคัญคือการหมั่นเตือนตัวเองถึงเป้าหมายและเหตุผลที่ทำให้เราต้องจัดการเงินอย่างฉลาด เพราะเงินออมเป็นเรื่องใช้เวลา เพราะฉะนั้นอย่าละเลยความสำคัญและยอมแพ้ไปก่อน นับ 1 เพื่อให้ไปถึงล้านคุณทำได้มีวินัยและใช้เวลา เช่น อาหารการกิน หลายคนรู้อยู่แล้วว่าอาหารในซูเปอร์ตามห้างนั้นลดราคา 50% ตอนสามทุ่ม ได้ของดีราคาถูกมาเพียบ หรืออาหารบางมื้อเลือกทำเอง ต้นทุนราคาไม่เท่าไหร่ แถมได้เมนูถูกใจอีกต่างหาก หรือราคาตั๋วหนังวันปกติไม่ดู ให้เลือกเฉพาะวันพุธเพราะวันพุธราคาแค่ 100 บาท ตื่นมาจองก่อนผ่านแอพพลิเคชั่นได้แต่เช้า หรือถ้าอยากดูเสาร์-อาทิตย์ ก็ตื่นไปดูโรงภาพยนตร์ลิโด้หรือสกาลารอบก่อนเที่ยง ดูหนังเสร็จงดเข้าห้างนะ ไปเดินเล่นหอศิลป์ดีกว่า ฟรีด้วย ไม่โดนกระตุ้นให้ใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วยป้ายเซล

เรื่องการแต่งตัว ไม่ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่แต่ใช้วิธีการ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ ชุดเดิมที่มีให้ได้ลุคที่ต่างออกไป ไม่ได้ ตามแฟชั่นนะ แต่เพราะเรามีสติและมีสไตล์ จึงใช้เงิน อย่างคุ้มค่ามากกว่า สำหรับที่อยู่อาศัย เมืองไทยเมืองร้อน ไม่ต้องอาบน้ำอุ่นทุกครั้ง ข้าวของเครื่องใช้ไม่กี่อย่างก็ปิดไว้ประหยัดค่าไฟได้เยอะ แอร์ใดๆ เปิดเท่าที่จำเป็น แล้วเลือกต้นไม้มาปลูกแทน รับรองบ้านเย็นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แถมมีมุมสีเขียวสบายตา แล้วยังสบายใจเมื่อเห็นบิลค่าไฟในราคาไม่กี่ร้อยบาท การเดินทาง แม้ระบบคมนาคมในกรุงเทพฯ ค่อนข้างจะบีบบังคับให้เราซื้อรถเป็นของตัวเอง แต่ช้าก่อน ลองวางแผนการเดินทางจากบ้านถึงออฟฟิศให้ดีด้วยการคมนาคมสาธารณะ อาจจะขึ้นสามล้อต่อรถเมล์ต่อรถไฟฟ้าบ้าง ใช้เวลามากขึ้น ต้องตื่นเช้าอีกหน่อย แต่รับรองว่าถ้าลอง งดใช้รถส่วนตัวแล้ววางแผนการเดินทางดีๆ เงินเหลือเข้ากระเป๋าอีกสัปดาห์ละหลายพันบาท ไม่ต้องเสียค่าที่จอดแพงๆ แถมต้องวนกว่าจะได้ที่จอด ไหนจะค่าซ่อมบำรุง คิดซะว่ารถ = ลด จริงๆ นะ

3.ตรวจสอบและทบทวน อย่ามองข้ามเรื่องการทำบัญชี ที่ตอนนี้ไม่ได้ดูน่าเบื่อหรือต้องมานั่งจดเหมือนเมื่อก่อน เพราะสารพัดแอพพลิเคชั่น บันทึกรายรับ-รายจ่ายทำให้สามารถติดตามได้ว่า เดือนที่ผ่านๆ มาใช้จ่ายเงินไปกับอะไรบ้าง ขอแนะนำ Wally (Wally.me), CashTrails หรือ Fudget ก็ดีทั้งนั้น ตรวจสอบรายจ่ายเพื่อนำมาทบทวนความเหมาะสมในการใช้เงิน และติดตามว่ายังบริหารจัดการเงินเพื่อเป้าหมายของเราอยู่หรือไม่นั่นเอง

4.ใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็น ถ้าจะให้ดีที่สุด ไม่ควรใช้บัตรเครดิตเลยเพราะเป็นการเอาเงินคนอื่นมาใช้ล่วงหน้า แล้วการรูดปรื๊ดๆ ที่ไม่ได้หยิบเงินสดจากมือทำให้เราเผลอและมือเติบได้ง่ายเพราะไม่เห็นเงินที่แท้จริง แต่ถ้าจำเป็นก็ควรใช้บัตรเครดิตแค่ใบเดียว เผื่อไว้ใช้ในกรณีจำเป็นหรือฉุกเฉินจริงๆ และเมื่อใช้แล้วควรชำระให้เต็มวงเงินที่ใช้แต่ละครั้ง อย่าผ่อนจ่ายขั้นต่ำเด็ดขาดเพราะดอกเบี้ยแพงเกินไป

5.รู้จักรอ การจะซื้อของใดๆ ควรรอจังหวะเซล และไม่จำเป็นต้องซื้อของเพราะเห็นว่าเซล โดยที่เราไม่ได้อยากได้มันจริงๆ แฟชั่นมีออกใหม่มาทุกวัน ไม่ต้องกลัวตกเทรนด์ หัดหักห้ามใจ ถ้าเดือนนี้ซื้อกระเป๋า บอกกับตัวเองว่าจะเว้นช็อปปิ้งไปอีก 3 เดือน ให้ช็อปเป็นรายไตรมาสทุกๆ 3-4 เดือน ค่อยซื้อสักครั้ง เดือนนี้ซื้อกระเป๋า เว้นไป 3 เดือนค่อยซื้อรองเท้า เสื้อผ้าก็อย่าคิดแค่ว่าเดินตลาดนัดแถวออฟฟิศตัวละ 300-400 ไม่คิดมาก แต่ถ้าซื้อทุกอาทิตย์ก็เป็นหลักพันเช่นกัน ถ้าอยากสบายตอนวัยเก๋า เริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่วัย 30+ คิดทุกครั้งที่จ่ายเงิน รับรองสบายใจไร้กังวล