บริหารการเงิน

ออมเก่งเห็นทางรวย เผื่อเป็นเศรษฐีใหม่

  • 19 พฤษภาคม 2560, 10:29 น. |
  • เปิดอ่าน 361
Share on Google+
LINE it!
- +

วิธีการออมเงินและต่อยอดไปสู่ความมั่งคั่งในอนาคต

เรื่อง : กันย์ ภาพ เอพี

ใครๆ ก็อยากเป็นเศรษฐี แต่เศรษฐีในวันนี้ล้วนมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน ก็คือการออมเงินเราจะบอกเล่าเรื่องราวของการออมเงินเป็นเห็นทางรวย ทำอย่างไรจึงจะออมเงินได้ ออมเงินเป็น และจะยกฐานะเราให้กลายเป็นเศรษฐีย่อมๆ ได้อย่างไร

1.ต้องเก็บก่อนใช้ มิใช่ใช้ก่อนเก็บ เหลือเก็บค่อยนำมาใช้ เหลือจ่ายค่อยนำมาเก็บ เคล็ดไม่ลับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐีมากมายหลายคน แต่มีน้อยคนที่จะเก็บไปทำนำไปใช้ให้เกิดผลเป็นรูปเป็นร่าง เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ วิธีการออมเงินที่แสนจะคลาสสิกก็คือ เมื่อเรามีรายได้มาให้แบ่งเก็บไว้ก่อน ที่เหลือค่อยนำไปจับจ่าย แต่เราควรเก็บไว้เท่าไรจึงจะดี ตั้งเป้าเก็บไว้ 10-20% ของรายรับทันทีที่มีเงินเข้ามาแต่ละเดือน ที่เหลือจึงนำไปจับจ่าย วิธีนี้ค่อนข้างจะเข้มงวด แต่จะทำให้เราเก็บเงินได้เร็วและมากในเวลาไม่นานนัก

ต่อมาคือการตั้งเป้าเก็บเงินโดยพิจารณาถึงรายจ่ายเป็นสำคัญ วิธีการนี้ทำได้โดยเราต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเสียก่อน ยกตัวอย่างเช่น เรามีเงินเดือน 2 หมื่นบาท/เดือน แต่เราต้องมีค่าใช้จ่ายจิปาถะราว 1.9 หมื่นบาท แบบนี้เราจะสามารถเก็บเงินได้เพียง 1,000 บาท/เดือนเท่านั้น เมื่อเงินเดือนเข้าบัญชีก็ควรดึงเงิน 1,000 บาท มาเก็บไว้ก่อนที่จะนำไปใช้ แต่ถ้าเราทำแบบวิธีแรกคือ ไม่สนใจว่าจะมีค่าใช้จ่ายแค่ไหน ขอเพียงเก็บไว้ตามเป้าก่อน เราก็อาจจะช็อตทีหลังได้ เป็นวิธีที่อะลุ่มอล่วยหน่อยนั่นเอง

2.ต้องรู้จักวิธีสร้างฐานะ ทำเงินให้งอกเงย การออมนั้นเป็นเพียงพื้นฐานของความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าจะให้น้ำหนักเรื่องการออมเพื่อให้เราร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้นั้น คงให้เพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งก็คือ การที่เราต้องรู้จักวิธีสร้างฐานะ ทำเงินให้งอกเงย โดยวิธีการต่างๆ เช่น นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อ วิธีการนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเงินเริ่มต้นน้อย ก็สามารถนำเงินไปต่อยอดให้งอกเงยได้ การลงทุนในสินทรัพย์อันได้แก่ กองทุนรวม หุ้นสามัญ นั้นจะดีกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคาร

สถิติของผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น และกองทุนรวมสามารถให้ผลตอบแทนได้ราว 5-10% ต่อปี ดีกว่าฝากเงินกับธนาคารกินดอกเบี้ยแน่ๆ นำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เราต้องมีเงินมากหน่อย แถมยังต้องกู้ หรือขอสินเชื่อกับทางสถานบันการเงิน เมื่อซื้อทรัพย์ได้แล้วก็นำมาปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนรายเดือนได้เช่นกัน อสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียมก็ไม่เลว นำเงินไปทำธุรกิจส่วนตัว ต้องใช้ทักษะมากหน่อย เพราะการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นไม่ง่าย และต้องมีไอเดียดีๆ ต้องเป็นไอเดียที่อุดช่องว่างที่เกิดขึ้นในตลาด และตอบโจทย์ความสะดวกสบายของลูกค้า สามารถขยับขยายกิจการต่อไปได้เรื่อยๆ ทางเลือกนี้ถ้าสำเร็จก็จะสามารถหลุดพ้นจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนได้เลย เป็นทางเลือกที่ไม่เลว แต่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนทำไม่ได้

3.แบ่งเงินฉุกเฉิน ไม่ควรคิดแต่จะเก็บเงินโดยไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นๆ เรื่องฉุกเฉินที่คาดไม่ถึงบางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์ ที่ไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วยไม่สบาย หรือมีเหตุที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ การเก็บเงินไว้เผื่อฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเงินก้อนนี้ควรมีอย่างน้อย 20% ของรายรับทั้งปี เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าไม่ประมาทก็จะผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ ไปได้ ด้วยการวางแผนทางการเงินอย่างมีระบบ

4.ทำบัญชีรายรับรายจ่าย แม้จะมีวินัยทางการเงินแค่ไหน ถ้าไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะมองไม่เห็นภาพรวมของการใช้เงิน หรือการบริหารจัดการเงินส่วนตัวของเราได้เลย การทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมเหล่านั้น และอุดช่องว่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และที่สำคัญเราจะรู้ว่าตอนนี้เราได้นำเงินไปลงทุนให้งอกเงยในสัดส่วนเท่าไรบ้าง และถ้าเราวางแผนการเงินเก่งขึ้น เราจะสามารถทำนายอนาคตทางการเงินของเราจากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายได้ไม่ยาก มันจะทำให้เราเห็นภาพอนาคต เห็นทางออกไปสู่การเป็นคนมีเงิน มีความมั่งคั่ง และเป็นเศรษฐี