บริหารการเงิน

ปรับตัวกับการใช้ระบบสมองกลในการทำงาน

  • 25 กุมภาพันธ์ 2562, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 397
Share on Google+
LINE it!
- +

การปฏิรูปสู่ดิจิทัลจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้มากถึง 80%  ทั้งค่าใช้จ่ายด้านวิศวกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เวลา และยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในการใช้พลังงาน  ดังนั้นผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหารควรปรับตัวและเรียนรู้เพื่อก้าวตามใ

เรื่อง : มีนา ภาพ : ชไนเดอร์ อิเลคทริก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำระดับโลกด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการบริหารจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น เผยรายงาน Global Digital Transformation Benefits Report 2019  รายงานเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิรูปสู่ดิจิทัลทั่วโลก ประจำปี 2019 ซึ่งเป็นการนำเสนอบทพิสูจน์ที่เห็นเป็นรูปธรรมของพลังแห่งการปฏิรูปสู่ดิจิทัลที่แผ่ขยายไปทั่วโลกทั้งในอุตสาหกรรม การพาณิชย์ และภาครัฐฯ บทพิสูจน์ดังกล่าว ล้วนมาจากประโยชน์ทางธุรกิจในหลายรูปแบบทั้งในเชิงลึก เชิงปริมาณ จาก 230 โครงการของลูกค้าขององค์กร ได้ให้บริการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จาก 41 ประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้ EcoStruxure ซึ่งเป็นทั้งแพลตฟอร์ม และสถาปัตยกรรมของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค 

การประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน และการดำเนินงานเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนกระบวนการต่างๆ ทางวิศวกรรมไปสู่ระบบดิจิทัล สามารถช่วยธุรกิจและองค์กรต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน และใช้เวลาได้อย่างเหมาะสมได้ถึง 35% โดยเฉลี่ย นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้สินทรัพย์และระบบงานใหม่ เฉลี่ยถึง 29%  

การศึกษายังเผยให้เห็นว่าการเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล เพื่อควบคุมการใช้ IoT หรือ Internet of Things ให้ผลลัพธ์ในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มาก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และความยั่งยืน โดยทั้งองค์กรและภาคธุรกิจต่างรายงานถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการใช้พลังงานได้ถึง 24% ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการปรับปรุงกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล

ในการประยุกต์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม การปฏิรูปสู่ดิจิทัล ช่วยให้องค์กรธุรกิจใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์มากขึ้น เช่น เพิ่มผลผลิตมากขึ้นแต่ใช้พลังงานน้อยลง ใช้วัตถุดิบน้อยลง ใช้แรงงานต่อชั่วโมงน้อยลง โดยสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากถึง 50% เหล่านี้เป็นผลที่ได้จากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ผ่านห่วงโซ่แห่งคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการติดตาม IoT ตลอดจนการช่วยให้สายการผลิตดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติ

ดังนั้นทศวรรษแห่งประสบการณ์ในการปฏิรูปสู่ดิจิทัล เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากขึ้นที่ปรากฏในผลรายงานเกี่ยวกับพลังแห่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ก็คือ เมื่อธุรกิจก้าวเข้าสู่ดิจิทัลทั้งการบริหารจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ทั้งสองส่วนทำงานผสานกันเพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นคุณค่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ การปฏิรูปสู่ดิจิทัล เป็นหนทางเดียวที่จะสร้างเสถียรภาพ และประสิทธิภาพให้กับทั้งบริษัท ด้วยเทคโนโลยีเช่น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ IoT รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ทำให้หลายบริษัทสามารถสร้างประสิทธิภาพ และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน” ฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว และยืนยันอีกว่ารายงานขององค์กรชี้ให้เห็นว่าธุรกิจและองค์กรมากมาย ล้วนต้องการอำนาจที่เชื่อมั่นได้ ในการบริหารจัดการความซับซ้อน เพื่อปลดล็อคประสิทธิภาพการปฏิรูปสู่ดิจิทัลได้อย่างเต็มพิกัด ซึ่งเทคโนโลยีของเราสร้างบน EcoStruxure™ ช่วยควบคุมพลังแห่งดิจิทัล ช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น มีความน่าเชื่อถือ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทั้งหมด ให้ความยั่งยืน นับว่าเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่นี้อย่างแท้จริง