บริหารการเงิน

มารู้จักกองทุนรวมกันเถอะ!

  • 24 มกราคม 2562, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 736
Share on Google+
LINE it!
- +

การใช้เงินทำงานมีด้วยกันหลายวิธี แต่ส่วนมากต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ หรือไม่ก็ต้องมีทุนเยอะในระดับหนึ่ง

เรื่อง : ภาดนุ ภาพ : Pixabay

หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วมันไม่มีการลงทุนที่เหมาะสำหรับมือ ใหม่หัดสร้างตัวบ้างเลยหรือไร อ๊ะ! ไม่ต้องตีโพยตีพายไป เพราะเราจะพาชาว 40 พลัสไปทำความรู้จักกับหน่วยลงทุนความเสี่ยงต่ำที่เรียกกันว่า ‘กองทุนรวม’ ตอนนี้เลย

กองทุนรวม (Mutual Funds) หากกล่าวสรุปถึงความหมายของมันก็คือ เป็นการที่ผู้บริหารกองทุนนำเงินก้อนของเราไปร่วมลงทุนกับนักลงทุนรายย่อยอื่นๆ โดยเราไม่ต้องเป็นคนนำไปลงทุนเอง แต่จะเป็นการมอบให้กับผู้จัดการกองทุน นำไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดตราสารหนี้ หรือทั้งสองอย่างพร้อมกันเลยก็ได้ เพื่อให้เงินของเรานั้นได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของกำไร สิ่งที่เราทำก็เพียงแค่ ลงเงินกับกองทุน แล้วรอถอนเงินมาพร้อมกับผลตอบ แทนนั่นเอง

สำหรับกองทุนรวมนั้นได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทแรกมีชื่อว่า ‘กองทุนปิด’ ซึ่งจะมีกำหนดอายุเวลาสำหรับการไถ่ถอนเงินคืนจากกองทุนนั้นๆ หากจะพูดให้เห็นภาพก็คือ การลงทุนกับกองทุนปิดมีลักษณะคล้ายการนำเงินไปฝากประจำ เพียงแต่แทนที่เงินของเราจะนอนอยู่เฉยๆ ในบัญชี มันก็จะทำงานทำเงินให้กับเราในตลาดการเงินต่างๆ ซึ่งจะทำกำไรได้ มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดการกองทุนของเราว่าจะทำได้ดีแค่ไหน

 

อันที่จริงแล้วกองทุนชนิดนี้ก็มีความเสี่ยงในระดับหนึ่งเลย เพราะเมื่อเราลงเงินไปแล้ว เราจะไม่สามารถถอนคืนได้จนกว่าจะถึงกำหนด (ไม่เช่นนั้นก็ต้องเสียเงินเพื่อถอนมันออกมา) เราจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แม้เราจะรู้ว่ามันจะเกิดการขาดทุนก็ตาม ด้วยเหตุนี้กองทุนปิดจึงเหมาะสำหรับคนที่มีเงินสำรอง

แต่หากคุณไม่อยากเผชิญความเสี่ยงมากเกินไป เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘กองทุนเปิด’ ที่หลักการโดยทั่วไปก็คล้ายกับกองทุนปิด เพียงแต่ความเสี่ยงจะน้อยกว่า เพราะเราสามารถถอนเงินก้อนคืนมาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ และแน่นอนว่าเมื่อความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนก็ย่อมต้องลดหลั่นลงมา

จึงขึ้นอยู่กับคุณแล้วละว่า มีความพร้อมแค่ไหน แต่หากคุณอยากลองลงทุนเพื่อศึกษาตลาดดูก่อน ก็อยากแนะนำกองทุนเปิด เพื่อศึกษาแนวทาง เรียนรู้ระบบและเทคนิคต่างๆ จากประสบการณ์จริง ซึ่งจะทำให้คุณคุ้นเคยกับการลงทุนมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อศึกษาดีแล้ว คุณก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็จะให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามไปด้วยในอนาคต

 

นอกจากกองทุนเปิดและกองทุนปิดแล้ว เรายังมีกองทุนอีกสองชนิดที่น่าสนใจจะมาแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งเชื่อว่าคุณผู้อ่านที่เดินเข้าออก ทำธุรกรรมกับธนาคารบ่อยๆ ย่อมต้องเคยรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อย่อของมันมาบ้างไม่มากก็น้อย ลองไปทำความรู้จักกับกองทุนนี้ดูสักหน่อย

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือชื่อย่อว่า RMF) จัดเป็นกองทุนรวมพิเศษที่จัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองผู้ที่มีวัตถุประสงค์คือ ต้องการออมเงินเพื่อเตรียมสำหรับการเกษียณอายุ ซึ่งหลักการของกองทุนนี้ก็คือ เราจะต้องลงทุนในกองทุนนี้ติดต่อกันจนกว่าจะถึงอายุตามเกณฑ์เกษียณ ซึ่งอาจมีการกำหนดที่แตกต่างกันไปตามสถาบันการเงิน โดยมากแล้วมักจะถึงอายุ 55 ปี หรือหากคุณมีอายุเกิน 55 ปีแล้ว ก็สามารถใช้สิทธิ์ในการซื้อต่อเนื่องในเวลาอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป แล้วก็จะสามารถถอนเงินคืนได้ พร้อมผลตอบแทนโดยไม่ต้องเสียภาษี

กองทุนต่อมาคือ กองทุนหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund หรือใช้ตัวย่อว่า LTF) หลักการโดยทั่วไปจะคล้ายกับกองทุน RMF โดยที่คุณต้องลงทุนซื้อหุ้นนี้ต่อเนื่องติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 ปี จึงจะได้สิทธิ์ในการถอนเงินออกมาได้โดยไม่ต้องเสียภาษี

กองทุนพิเศษสองตัวนี้ หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีจุดเด่นในเรื่องของ ‘การไม่ต้องเสียภาษี’ และที่ดีกว่านั้นคือ สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย สำหรับด้านความเสี่ยงนั้น ก็ต้องบอกว่ามีความเสี่ยงไม่ใช่น้อยเลยเช่นกัน

แต่หากคุณเป็นผู้ที่มีเงินสำรองเพียงพอ แนะนำว่าให้ลงเงินกับกองทุนเหล่านี้ เพราะแม้ว่าในจุดหนึ่งมันอาจจะมีช่วงที่ขาดทุนบ้าง แต่หากคุณไม่ใจร้อนหรือกังวลเกินไป รอจังหวะ ฝากต่อไป พอถึงจุดหนึ่งมันก็จะค่อยๆ เพิ่มมูลค่ากลับมาเท่าเดิมได้ หรือไม่ก็เท่าทุนได้เช่นกัน

จุดสำคัญคือ ‘เราต้องมีเงินสำรอง’ ไม่ใช่ลงเงินหมดจนไม่เหลืออะไร มันก็ย่อมทำให้เราประสบความลำบากในการดำรงชีวิตแบบปกติได้ แต่จำไว้ว่าหุ้นในกองทุนทั้งหลายนี้มีขึ้นมีลงเสมอ วันใดลงก็ต้องมีวันที่ขึ้น ขอเพียงเราอดทนรอถึงระยะหนึ่ง เราก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาเอง