บริหารการเงิน

เทคนิคบริหารเงินสไตล์ ฟลุค เกริกพล

  • 14 มกราคม 2562, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,667
Share on Google+
LINE it!
- +

เปิดสูตรสำเร็จที่ไม่ใช่ได้มาแบบฟลุคๆ ของนักลงทุนตัวพ่อ

เรื่อง : พุสดี

เป็นอีกเซเลบริตี้สุดหล่อที่หลายๆ คนอิจฉา สำหรับ ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช ที่ทั้งรวย ทั้งเก่ง จนหลายคนเกิดคำถามว่า เขาเริ่มเรียนรู้การลงทุนตั้งแต่เมื่อไร?

ในโอกาสที่มาร่วมงาน “UOB My Bank My Branch” ฟลุคได้ถือโอกาสนี้บอกเล่าเส้นทางการลงทุนของตัวเองว่าเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 19 ปี เมื่อมีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงและมีรายได้จากการแสดงก้อนโต

“ช่วงแรกๆ คุณพ่อจะเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องการเงิน โดยเปิดพอร์ตนำเงินไปลงทุนในหุ้น แล้วส่งพอร์ตการลงทุนมาให้ดูทุกวัน พอโตขึ้นผมเริ่มบริหารความเสี่ยงด้วยตัวเองมากขึ้น แต่ตอนนี้ด้วยภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นผมไม่มีเวลาเข้ามาบริหารความเสี่ยงด้วยตัวเอง จึงมองหาผู้ช่วยทางการเงินที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาดูแลด้านการเงิน และการลงทุน" 

เคล็ดลับที่ฟลุคมองว่าจำเป็นสำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาผู้ช่วยด้านการเงิน คือ ต้องมีเป้าหมายในใจก่อน ว่าเราต้องการอะไรจากเงินก้อนนี้

“สมมุติว่าคุณเอาเงินมา 5 ล้านที่ธนาคาร ในหัวของคุณต้องรู้แล้วว่าคุณไม่ต้องการให้เงินก้อนนี้ลดลงเลย ค่อยๆ ขึ้น ก็จะสามารถตอบได้ระดับนึงแล้ว ว่าคุณเป็นคนที่ต้องการความเสี่ยงน้อย แต่ถ้าคุณต้องการให้เงินมันเติบโตแบบเยอะๆ และไม่คิดจะเอาออกเหมือนผม ก็แปลว่าคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูง สิ่งสำคัญเลยคือคุณต้องมาพร้อมกับความคิดก่อนว่า คุณต้องการอะไรจากเงินก้อนนี้ และคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้เมื่อไร ถ้าคุณจะต้องใช้เงินในอีกไม่กี่ปี ก็จะต้องเป็นการลงทุนอีกแบบนึง แต่ถ้าคุณจะใช้ตอนเกษียณ มันก็เป็นการลงทุนอีกแบบนึง ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนว่าคุณต้องการจะวิ่ง 4 X 100 หรือจะแข่งมาราธอน เราต้องรู้เป้าหมายตัวเองก่อน”

 

ตั้งเป้าหมายในใจแล้ว มาถึงเทคนิคการออมแบบไม่กระทบไลฟ์สไตล์ ซึ่งฟลุคมีวิธีง่ายๆ คือ ต้องวางแผน จัดสรรการเงิน การลงทุน และหาภาระให้ตัวเอง

“ผมจะจัดสรรเงิน มาลงทุนในหลายๆสินทรัพย์ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้าน รวมทั้งซื้อของที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น นาฬิกา หากมีคนแนะนำให้ลงทุนจะฟังๆ ไว้ก่อน จากนั้นก็ลองดู แต่ไม่ต้องเยอะมาก ศึกษาก่อนการลงทุนถึงจะดีกว่า วิธีการลงทุนของผม คือ ซื้อหุ้นอะไรก็ได้ หรือตัวอะไรก็ได้ที่เพื่อนแนะนำ แต่ลงทุนไม่ต้องเยอะ ในหัวของผมคือถ้าเสีย 10% ถือว่าเลี้ยงข้าวเพื่อนมื้อหนึ่ง ถ้าลงต่ำกว่า 10% cut loss ทันที นอกจากนี้ผมยังหาภาระให้ตัวเองด้วยการบังคับให้ตัวเองเก็บเงินแบบมีวินัย ผ่านการซื้อประกันแบบออมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนเพื่อผลประโยชน์ด้านภาษี พร้อมกับเปิดบัญชีการออมแยกออกมาต่างหาก โดยเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์ ตั้งคำสั่งซื้ออัตโนมัติโดยโอนเงินจากบัญชีเงินเดือน เข้าบัญชีการออมทุกสิ้นเดือน เพื่อจำกัดตนเองให้ใช้เงินตามจำนวนที่เหลืออยู่ในบัญชีเงินเดือนเท่านั้น

จากจุดเริ่มต้นที่คุณพ่อเข้ามาวางแผนการลงทุนให้ฟลุคนั้น จนวันนี้เมื่อถึงรุ่นลูกก็ได้มีการส่งไม้ต่อเช่นกัน โดยฟลุคได้เปิดพอร์ตเก็บเงินให้ลูกชาย พร้อมแนะนำเรื่องการลงทุน ให้ได้เรียนรู้ในการเลือกและรู้จักความเสี่ยงในการลงทุนแต่ละสินทรัพย์

“ผมว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะให้ลูกเรียนรู้ แต่เราต้องเรียนรู้ด้วย เพราะหลายอย่างที่ลูกถามเราตอบไม่ได้ เราต้องไปหาความรู้ ได้เรียนรู้เพิ่ม บางอย่างลูกมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสูงกว่าผมด้วยซ้ำ ผมว่าเราต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ ซึ่งบางครั้งเราก็ต้องยอมจ่ายไปกับการเรียนรู้ แม้เราไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่” ฟลุคทิ้งท้าย