บริหารการเงิน

ลงทุนด้วยเงินเก็บ ไม่ใช่เงินกู้

  • 8 พฤศจิกายน 2561, 16:40 น. |
  • เปิดอ่าน 90
Share on Google+
LINE it!
- +

การเพิ่มเงินในอนาคตด้วยเงินเก็บ

เรื่อง ภาดนุ ภาพ เอเอฟพี/อีพีเอ-อีเอฟอี

สิ่งสำคัญในการใช้เงินทำงานก็คือเราสามารถใช้เงินที่มีอยู่สร้างเงินก้อนใหม่ให้เพิ่มมากขึ้นได้ด้วยการลงทุนแบบต่างๆ แต่ก็มีข้อแม้ที่คุณจะลืมไม่ได้เลยก็คือ “จงลงทุนด้วยเงินเก็บ ไม่จำเป็นอย่าใช้เงินกู้มาลงทุน” คุณผู้อ่านอาจเคยเห็นนักลงทุนหลายคน โดยเฉพาะคนที่ยึดอาชีพปลูกสร้างอสังหาริมทรัพย์ ทำการกู้เงินเป็นร้อยล้านเพื่อมาลงทุน จึงคิดสรุปไปว่าขนาดธุรกิจระดับนั้นยังกู้ได้ แล้วทำไมเราจะกู้มาทำธุรกิจบ้างไม่ได้

อันที่จริงแล้วเราอาจกู้เงินมาลงทุนได้ แต่ต้องมั่นใจใน 2 ประการนี้ซะก่อน ประการแรก เราต้องมีเงินทุนสำรองในระดับหนึ่ง เผื่อไว้ในกรณีไม่คาดฝัน ซึ่งนักลงทุนร้อยล้านเหล่านั้นก็ต้องมีเงินทุนสำรองไม่น้อยกว่า 30 ล้านเช่นกัน ถึงจะกล้าเสี่ยง อีกทั้งหากไม่มีเงินสำรองใดๆ ธนาคารไหนๆ ก็คงไม่ยอมปล่อยกู้ให้เช่นกัน ประการที่สอง คือ ธุรกิจนั้นต้องให้ผลตอบแทนมากพอที่จะนำมาจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย แล้วยังต้องพอจะเหลือกำไรอีกด้วย

ก่อนที่นักลงทุนเหล่านี้จะทุ่มทุน พวกเขาย่อมต้องทำการศึกษาตลาดและวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคมานานนับปี กว่าจะตัดสินใจลงทุนขนาดใหญ่แบบนั้นได้ แม้จะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง แต่เขาก็จะหาทางลดโอกาสแห่งความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด เราจะกู้เงินมาลงทุนก็ได้ หากมั่นใจว่าธุรกิจที่ทำนั้นจะสามารถทำกำไรตอบแทนมาได้เพียงพอ แต่กระนั้นในสมัยที่เศรษฐกิจฟองสบู่แตกก็ได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า การลงทุนแบบกู้มานั้น ถ้าได้ก็ดี แต่ถ้าล้มเมื่อไร นอกจากจะไม่เหลืออะไรเลยแล้ว ยังติดหนี้อีกมหาศาล แล้วหนี้นั้นก็จะทบดอกไปเรื่อยๆ จนเพิ่มจาก 1 ล้านเป็น 10 ล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี

ในขณะที่คนที่ลงทุนด้วยเงินตัวเองจริงๆ แม้จะล้ม แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เป็นหนี้ใคร ไม่มีคดีความ แถมยังสามารถตั้งหลักใหม่ได้ง่ายกว่ามาก ดังนั้น การลงทุนที่ฉลาด ที่เรามีประวัติศาสตร์เป็นตัวอย่าง จึงได้หลักการว่า “ควรลงทุนด้วยเงินเท่าที่เรามี” เพราะอย่างน้อยเมื่อเกิดอะไรขึ้น เราก็จะยังพยุงตัวต่อไปได้ ไม่มีภาระอื่นใดมากไปกว่า เสียหายจากทรัพย์สินของตัวเอง หากล้มก็จบตรงนั้น แต่หากกู้เงินมาลงทุน เราก็จะได้หนี้ตามมาหลอกหลอนอีกชุดใหญ่

ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าคนที่คิดจะลงทุน ควรจะต้องมีเงินทุนเพียงพอ และการจะได้มาซึ่งเงินทุนนั้น เราก็ต้องเป็นคนเก็บออมและจัดสรรเงินด้วยตัวเองอีกด้วย

อย่าเสี่ยงดวง

การลงทุน คือ การนำเงินก้อนหนึ่งที่คุณมีในปัจจุบัน ไปทำการสร้างหรือไปเพิ่มจำนวนเพื่อให้เรามีเงินใช้ในอนาคต หรือทำให้เรามีอนาคตทางการเงินที่มั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้หลายทาง ทั้งการทำธุรกิจ การออม หรือการลงทุนในรูปแบบต่างๆ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องทราบก็คือการลงทุนแต่ละประเภทนั้นต่างก็ต้องใช้ “เวลา” ในการรอให้เงินงอกเงยด้วยกันทั้งสิ้น จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ เช่น การลงทุนเปิดกิจการ คุณก็ต้องลงแรงทำงาน บริหารงาน ในระยะแรกผลกำไรอาจยังไม่เห็นชัดเจน คุณอาจต้องทำต่อไปราว 6 เดือนเป็นอย่างน้อย กว่าจะถึงจุดคุ้มทุน หลังจากนั้นถึงจะเป็นกำไร

การลงทุนซื้อหุ้น คุณก็ต้องรอจังหวะหุ้นขึ้นแล้วค่อยขายหุ้นเพื่อเอาเงินคืนมา ซึ่งระยะเวลานับจากวันที่เราซื้อหุ้นไปจนถึงวันที่หุ้นขึ้น อาจต้องรอหลายเดือน หรืออาจเป็นปีก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเราจึงใจร้อนกับการลงทุนไม่ได้ ก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ที่ต้องคอยดูแลจนกว่ามันจะโต แต่บางคนก็อาจแย้งว่า มีการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเร็วไม่ใช่หรือ อย่างเช่น การซื้อหวย ถ้าถูกก็ได้รางวัลเยอะๆ โดยไม่ต้องทำอะไรมาก หรือการเล่นแชร์ ซึ่งในความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นการเสี่ยงดวง

การเสี่ยงดวง คือ การลงเงินทำอะไรสักอย่าง แล้วเราก็คาดหมายว่าจะได้ผลตอบแทนมาทีละมากๆ ในเวลาอันสั้น แต่โอกาสที่จะได้เงินตอบแทนนั้นจะผันผวนเร็วมาก อีกทั้งมันยังมีความเสี่ยงมากด้วย ในที่สุดแล้วเราอาจไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยก็ได้ เหมือนคนเล่นหวยที่โดนหวยกินประจำ หรือแชร์รูปแบบต่างๆ ที่น่าจะได้เงินมาก แต่กลับลงเอยด้วยการเสียเงินมากแทน

บางคนก็ซื้อหุ้นหวังให้มันขึ้นเยอะๆ หรือบางคนซื้อทองแล้วหวังให้ราคาทองขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ พอเวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ทองไม่ขึ้นดังใจคิด ก็หงุดหงิดจนรีบถอนเงินออกมา หรือไม่ก็พอเห็นมันลดค่าลงก็ใจเสีย รีบขายคืน ทั้งๆ ที่หากรอต่อไปอีกสักครึ่งปี สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป เราอาจจะได้กำไรหลายเท่าในตอนนั้นก็เป็นได้

เข้าใจธรรมชาติการลงทุน

1.ต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ใช่ลงเงินปุบได้ปับ แบบนั้นมันก็มีสภาพไม่ต่างจากบ่อนการพนัน

2.การลงทุนที่จะได้ผลตอบแทนเร็วและมาก ก็จะมีอัตราความเสี่ยงมากตามไปด้วย เช่น หุ้นที่ขึ้นลงผันผวนเร็ว ถ้าจังหวะดีเราก็จะได้กำไร แต่หากจังหวะไม่ดีเราก็อาจหมดเงินได้

3.การลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้จะให้ผลตอบแทนที่ไม่เร็วทันใจ แต่ก็มีความมั่นคง

4.การลงทุนทุกชนิด เราต้องศึกษาและเตรียมการให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ควรมองให้รอบด้านเสียก่อน อย่าหวังเพียงอยากได้เงินกลับมาเร็วๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจกลายเป็นว่าต้องสูญเงินไปเปล่าๆ แทน n