บริหารการเงิน

สิทธิการเงินวัยเกษียณ ได้มากกว่าที่คิด

  • 14 กันยายน 2561, 17:00 น. |
  • เปิดอ่าน 3,245
Share on Google+
LINE it!
- +

ศึกษาสิทธิการเงินวัยเกษียณ ช่วยลดค่าใช้จ่าย

เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : pixabay

ในวันที่เรามีความสามารถในการหารายได้ลดลง เรี่ยวแรงถดถอย แม้จะมีเงินเก็บมากมายแต่คงไม่อาจสู้ได้กับค่าเงินเฟ้อที่อาจทำให้เงินเก็บของเรานั้นมีค่ามากพอที่จะเอาตัวรอดได้ในยุคสมัยใหม่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าวันเกษียณจะเป็นช่วงเวลาแห่งความลำบากและต้องพึ่งพาตัวเองเพียงลำพังเสมอไป แต่แท้จริงแล้วเป็นวัยที่ได้รับสิทธิประโยชน์การดูแลจากรัฐบาลอยู่ไม่น้อยแม้จะไม่เท่าต่างประเทศที่ประชาชนต้องเสียภาษีในราคาแพงแต่สามารถแลกด้วยสวัสดิการวัยชราให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย มิหนำซ้ำเราอาจพลาดการใช้บางสิทธิไปอย่างน่าเสียดายอีกด้วย

ส่วนลดครึ่งราคา

สิทธิประโยชน์แรกที่ให้กับผู้สูงอายุและเยาวชนก็คือ ตั๋วเดินทางครึ่งราคา เช่น ราคาตั๋วรถโดยสาร ขสมก., บขส., รถไฟฟ้าใต้ดิน, เรือด่วนเจ้าพระยา (จะต้องทำบัตรที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคม ท่าน้ำสาทรทั้งหมดจะได้รับสิทธิจ่ายเพียงแค่ครึ่งราคา) สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟจะได้ลด 50 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะเดือน มิ.ย.-ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ที่มีผู้โดยสารเดินทางไม่มากนัก หากเดินทางในช่วงเวลาอื่นผู้สูงอายุจะได้รับส่วนลดค่าโดยสาร 100 บาท

เข้าชมฟรีและมีครึ่งราคา

เที่ยวที่ไหนก็มีแต่คนคอยให้การต้อนรับขับสู้ราวกับเป็นบ้านของเราเอง สถานที่ท่องเที่ยวของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวนสัตว์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีทั้งให้เข้าชมฟรีเพียงแค่แสดงบัตรประชาชน หรือบัตรผู้สูงอายุเพื่อเข้าชมฟรี สำหรับโครงการหลวงหรือสถานที่เอกชน ที่เน้นการให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ สถานที่เหล่านี้พร้อมมอบกำไรคืนสู่สังคมด้วยการลดครึ่งราคาให้กับผู้สูงอายุ เช่น พระตำหนัก ดอยตุง พร้อมมอบสิทธิลดครึ่งราคาให้กับผู้สูงอายุ สวนสัตว์เชียงใหม่และสวนสยาม ก็ให้สิทธิผู้สูงอายุจ่ายเพียงครึ่งราคา เช่นกัน 

ถือว่าเหมาะแล้ว เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่แค่อยากเข้าไปเดินเที่ยวเล่น ระลึกความหลัง เข้าไปนั่งพักผ่อน อัพเดทความรู้ ไปเดินดูแลเด็กๆ ไม่ได้เข้าเล่นเครื่องเล่น หรือร่วมทำกิจกรรมภายในมากนัก จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเต็มราคา

ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐ

หากคุณกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่ายังชีพอื่นๆ รัฐมีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่มิได้รับเงินรายได้ประจำจากภาครัฐ ซึ่งมีผลตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดยผู้สูงอายุตั้งแต่ 60-69 ปี ให้จ่าย 600 บาท/เดือน อายุ 70-79 ปี ให้จ่าย 700 บาท/เดือน อายุ 80-89 ปี ให้จ่าย 800 บาท/เดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไป 1,000 บาทต่อเดือน ยิ่งอายุมากก็ยิ่งจ่ายมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่จำเป็น

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนผู้สูงอายุที่จะมอบเงินทุนในการตั้งต้นหารายได้เสริมประกอบอาชีพ โดยแบ่งเป็นเงินทุนดำเนินการโครงการขนาดเล็ก ให้วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท โครงการขนาดกลาง วงเงินไม่เกิน 5 หมื่น-3 แสนบาท และโครงการขนาดใหญ่วงเงินเกิน 3 แสนบาทส่วนมากแล้วโครงการที่ขอจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใหญ่ เช่น เป็นโครงการจัดตั้งกลุ่มประกอบอาชีพของผู้สูงอายุในชุมชน เป็นต้น หากมีเพื่อนบ้านในวัยเดียวกันอยากรวมกลุ่มกันทำธุรกิจก็น่าสนใจไม่น้อย

นอกจากกองทุนกู้ยืมแล้วยังมีแหล่งเงินกู้สำหรับผู้สูงอายุโดยตรง โดยให้คนละไม่เกิน 3 หมื่นบาท แต่ต้องมีผู้ค้ำประกัน 1 คน ซึ่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท/เดือน หากเป็นการกู้ยืมรายกลุ่มไม่ต่ำกว่า 5 คน จะได้กู้ยืมในวงเงิน 1 แสนบาท และต้องใช้ผู้ค้ำประกันในจำนวนเท่ากับผู้ยืม การชำระคืนคิดเป็นรายเดือน ไม่เกิน 3 ปี ไม่คิดดอกเบี้ย สามารถหาข้อมูลสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของกองทุนผู้สูงอายุได้ที่เว็บไซต์ www.olderfund.dop.go.th

แหล่งช่วยเหลือฉุกเฉิน

หากคุณไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษายังมีสิทธิประกันสังคมและสิทธิบัตรทองให้เลือกใช้ นอกจากนี้หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน ยังมีเงินกองทุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยถึงสถานที่เกิดเหตุโดยใช้เบอร์โทรศัพท์ 1330 สำหรับเหตุฉุกเฉินสามารถเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทีใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นค่อยทำการส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลที่มีสิทธิบัตรทองหรือบัตรประกันสังคมดูแลอยู่ได้

ช่วยให้คุณปลอดภัยและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง หลายท่านอาจจะบอกว่าซื้อประกันสุขภาพไว้แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าประกันสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งกรมธรรม์ที่มีคนร้องเรียนเรื่องการไม่ดูแลและข้อยกเว้นที่ปกปิดในเอกสารมากที่สุด อีกทั้งเมื่ออายุเกิน 80 ปี ก็ไม่มีบริษัทประกันที่ไหนกล้าให้เราทำประกันกับเขาอีกแล้ว

ดังนั้น ศึกษาเรื่องประกันสังคมและสิทธิบัตรทองไว้ก่อนก็ดี เพื่อที่คุณจะไม่ต้องเสียเงินหลายหมื่นบาทกับสินค้าที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง