บริหารการเงิน

จัดพอร์ตกองทุนรวม

  • 14 กันยายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 199
Share on Google+
LINE it!
- +

จัดอย่างไรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

เรื่อง : กันย์ ภาพ : pixabay

ใกล้สิ้นปีแล้ว หลายคนเริ่มวางแผนการเลือกซื้อกองทุนเพื่อเตรียมนำไปหักภาษีช่วงปลายปี มีข้อมูลดีๆ มาฝากเพื่อให้เลือกกองทุนที่เหมาะกับเราที่ไม่กดดันมากเกินไปเลือกแบบกลางๆไว้ก่อนไม่เลือกแบบตึงหรือหย่อนเกินไป เหมาะกับวัย 40+ การจัดพอร์ตลงทุนแบบกลางๆ (Moderate) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ไม่ต่ำและก็ไม่สูงจนเกินไป และเหมาะกับวัยที่มีสถานะทางการเงินแข็งแรงและให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ

สำหรับแนวคิดการจัดพอร์ตเพื่อวัยเกษียณควรให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างผลตอบแทน ความมั่นคงของผลตอบแทน และการเติบโตของผลตอบแทน ดังนั้น พอร์ตการลงทุนควรประกอบด้วยสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงบ้าง เพื่อให้ผลตอบแทนที่ได้สูงกว่าเงินเฟ้อ

กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูลอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำว่าพอร์ตกองทุนรวมแบบกลางๆ ควรมุ่งผลตอบแทนรวม (Total Return) ขณะเดียวกันต้องเน้นความมั่นคงด้วย เพราะพอร์ตกลางๆ เหมาะกับวัยกลางคน อายุ 40 ปี ถึง 50 ปี ระยะเวลาการลงทุนอยู่แถวๆ 15 – 20 ปี และเริ่มรับความเสี่ยงได้น้อยลง คนวัยนี้จะมีฐานะการงาน การเงินมั่นคง ขณะเดียวกันก็มีภาระการเงินมากเช่นเดียวกัน

ดังนั้นการสร้างพอร์ตกองทุนรวมแบบกลางๆ คือ Strategic Investment เน้นลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาว มีวินัยการลงทุน ซึ่งแตกต่างจากพอร์ตกองทุนรวมแบบระมัดระวังที่เน้นผลกำไรและผลตอบแทนระหว่างทาง พอร์ตกองทุนแบบกลางๆ จะซื้อแล้วถือยาว ไม่ปรับพอร์ตการลงทุนบ่อยจนเกินไป เน้นการดูผลตอบแทนภาพรวม (Total Return) และลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนที่วางเอาไว้อย่างมีวินัย

หน้าตาพอร์ตกองทุนรวมแบบกลางๆ โดย 45 – 50% ควรลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ , 30 – 35% ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ที่เหลือ 10 – 20% ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ ควรลงกองทุนรวมตราสารหนี้ RMF ให้เต็มที่ก่อน เพราะวัยกลางคนจะมีฐานภาษีที่สูง เพราะรายได้เพิ่มสูงขึ้น จากนั้นให้ลงทุนกองทุนตราสารหนี้ทั่วๆ ไป ส่วนการลงทุนในหุ้น ควรเน้นกองทุน RMF ก่อนเพราะจะได้ออมเงินอย่างจริงจัง จากนั้นให้ลงทุนกองทุน LTF และต่อด้วยกองทุนหุ้นทั่วไป ถึงแม้ว่าช่วงนี้หุ้นอาจจะมีความผันผวน แต่ด้วยระยะเวลาการลงทุนอีกอย่างน้อย 15 ปีก่อนจะถึงวัยเกษียณ ตลาดหุ้นก็น่าจะปรับตัวขึ้นไปมากกว่านี้ ดังนั้นการลงทุนหุ้นก็ต้องมีอยู่ตลอดเวลา

สำหรับการลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หากมีเงินเหลือควรแบ่งไปลงทุนกองทุน REITs เพราะมีความปลอดภัยในระดับที่ไว้ใจได้ ที่สำคัญให้ผลตอบแทนในแต่ละปีสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมีพอร์ตลงทุนแบบไหน สิ่งสำคัญคือ การตรวจสอบพอร์ตลงทุนตลอดเวลาว่าหน้าตาหรือผลตอบแทนเป็นอย่างไร อาจจะเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาสก็ได้ การปรับพอร์ตลงทุนนั้น ให้ปรับตอนสิ้นปี เช่น กองทุนรวมไหนที่ขาดทุนก็ควรขายออกไปแล้วหากองทุนรวมใหม่ประเภทเดิมเข้ามาทดแทน