บริหารการเงิน

ซื้อหุ้นวีไอให้เหมือนแม่บ้านญี่ปุ่น

  • 10 มิถุนายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 133
Share on Google+
LINE it!
- +

นักลงทุน หุ้นวีไอ ซื้ออะไร

เรื่อง : บีเซลบับ ภาพ : อีพีเอ

ทุกครั้งที่ไปเดินห้างซื้อของ แม่บ้านญี่ปุ่นจำเป็นต้องรู้ก่อนว่า จะซื้ออะไร จึงจะไปเดินหาของสิ่งนั้น แล้วประเมินว่า ราคาเท่าไหร่ จึงจะยอมลงทุนซื้อ วิธีการช็อปปิ้งแบบนี้เป็นวิถีของแม่บ้านญี่ปุ่นวินัยสูง ที่มักจะจดรายการของที่ต้องการซื้อไว้อย่างชัดเจนว่าจะซื้ออะไร ซึ่งช่วยให้ไม่ลืมสิ่งของที่ควรซื้อและไม่ต้องเผลอซื้อของที่ไม่อยากได้ แต่ถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ขณะเดินห้าง

หลักการนี้สามารถนำมาใช้กับการลงทุนในหุ้นเช่นเดียวกัน ก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นทุกครั้ง นักลงทุนต้องถามตัวเองด้วยสองคำถามสำคัญทุกครั้ง 1.จะซื้ออะไร 2.ซื้อที่ราคาเท่าไร

1.ซื้ออะไร?

จะซื้อหุ้นอะไร เป็นการถามเพื่อเลือกหุ้นมาจำนวนหนึ่ง เรียกว่า “Watch List” หรือ “รายชื่อหุ้นที่จับตามอง” การจะได้มาซึ่งรายชื่อหุ้นใน Watch List นักลงทุนต้องทำการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เสียก่อน

2.ซื้อที่ราคาเท่าไร?

การถามเพื่อให้ผู้ลงทุนได้วิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) ซึ่งดูจากงบการเงินทั้งสาม ได้แก่ งบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด รวมไปถึง อัตราส่วนการเงินต่างๆ เช่น อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เป็นต้น และคำนวนหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value) เพื่อเปรียบเทียบความถูกแพงของหุ้นก่อนเข้าซื้อ

ถอดรหัสแม่บ้านญี่ปุ่น

จาก 2 คำถามข้างต้น สู่ 5 must do นักลงทุนแนววีไอ หรือนักลงทุนในหุ้นเน้นคุณค่า ชาว40+ศึกษาไว้สำหรับตักหุ้นเข้าพอร์ต

ขั้นที่ 1 วิเคราะห์การลงทุนตามแนวโน้มใหญ่ (Mega Trend) เลือกหุ้นที่มีเทรนด์ธุรกิจสนับสนุน

ขั้นที่ 2 วิเคราะห์อุตสาหกรรม (Industry Analysis) เลือกหุ้นที่อยู่อุตสาหกรรมขาขึ้น

ขั้นที่ 3 วิเคราะห์บริษัทเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เลือกหุ้นที่มีปัจจัยเชิงคุณภาพดี

ขั้นที่ 4 วิเคราะห์บริษัทเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) เลือกหุ้นที่มีงบการเงินแข็งแรง รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม เงินสดหมุนเวียนดี

ขั้นที่ 5 ประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) วัดมูลค่าหุ้นก่อนเข้าซื้อ จงลงมือเมื่อหุ้นมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเท่านั้น (Undervalue)

เคล็ด(ไม่)ลับ

1. ซื้อเสร็จปุ๊บ ราคาร่วงปั๊บ ไม่ต้องตกใจ เพราะหุ้นที่ลงทุนอยู่ในเทรนด์ใหญ่ อยู่ในอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม บริษัทมีอนาคตดี มีความสามารถในการแข่งขัน และมีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง ไม่ได้ซื้อเพราะโลภ แต่ผ่านการวัดมูลค่าแล้วอย่างดี แบบนี้ไม่ต้องกลัวเลย แถมถ้าราคาตกมาก ๆ อาจเป็นโอกาสดีในการลงทุนเพิ่มก็ได้

2.ศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอ อ่านๆๆและอ่าน เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางธุรกิจ และสร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการลงทุน อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนให้เยอะๆ หนังสือพิมพ์และนิตยสารธุรกิจ รวมทั้งเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ หาข้อมูลความรู้ที่ดีและฟรีมากมาย

ข้อมูล : www.set.or.th