บริหารการเงิน

วางแผนมรดกกันเถอะ!

  • 19 พฤษภาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,099
Share on Google+
LINE it!
- +

พินัยกรรม วางแผนให้ดี ทั้งที่ไม่มีเงิน(ก็ได้)

เรื่อง : บีเซลบับ ภาพ : ภาพยนตร์ A Year Without Love (Un Ano sin amor)

พูดถึงการวางแผนมรดก หลายคนส่ายหน้า เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคนรวย คิดว่าตัวเองมีทรัพย์สินไม่มาก จะทำไปทำไมให้เสียเวลา หรือไม่ก็คิดว่าเป็นการแช่งตัวเอง ความคิดเหล่านี้ถือเป็นทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่คนรวยที่มีทรัพย์สมบัติเงินทองให้ต้องวางแผนมรดก หากใครยังมึนๆ งงๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ก็ตามมาอ่านข้อมูลดี ๆ ที่จะทำให้ปิ๊งไอเดีย และมีมรดกตกทอดขึ้นมาทันที

1.ลองเริ่มจากการติดตามทรัพย์สินและหนี้สินของคุณที่กระจัดกระจายอยู่ตามแหล่งต่าง ๆ ให้มารวมอยู่แหล่งเดียวกัน โดยทำการจดบันทึกไว้ว่า มีทรัพย์สินและหนี้สินอะไรบ้าง? เป็นจำนวนเท่าไหร่? อยู่ที่ไหน? อยู่ที่ใคร? เพื่อให้เป็นระบบระเบียบและสะดวกตอนทำพินัยกรรม

2.เรื่องหนี้สินต้องคิดให้ออก เอ๊ย คิดให้ดี เพราะหนี้สินก็อยู่ในข่ายที่จะเป็นมรดกตกทอดถึงทายาทได้เช่นเดียวกับทรัพย์สิน ควรระบุให้ชัดว่า คุณมีหนี้สินอยู่ที่ไหน? รวมเป็นเงินเท่าไหร่? เพื่อจะได้นำเงินในกองมรดกมาชำระหนี้สินให้เรียบร้อยก่อนแบ่งสรรปันส่วน

3.มาถึงขั้นตอนการทำ “พินัยกรรม” ซึ่งถือเป็นคำสั่งเสียสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพย์สินจะถูกส่งต่อหรือถ่ายโอนไปยังบุคคลที่ประสงค์ ข้อมูลหลักๆ ที่ต้องระบุในพินัยกรรม ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ นามสกุล อายุ ฯลฯ) รายการทรัพย์สิน (ที่ดิน บ้าน ใบหุ้น เงินฝากต่างๆ ฯลฯ) กรมธรรม์ประกัน (ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ฯลฯ) รายชื่อผู้รับมรดก ผู้จัดการมรดก จำนวนทรัพย์สินที่ต้องการจัดสรรให้แต่ละคน ลายมือชื่อ และวันเดือนปีที่ทำพินัยกรรม

4.พินัยกรรมทำได้หลายแบบ ควรศึกษาวิธี และปรึกษานักกฎหมาย เพื่อให้พินัยกรรมมีผลบังคับใช้ กรณีต้องการทำพินัยกรรมแบบง่าย ก็เพียงเขียนพินัยกรรมด้วยลายมือตัวเองทั้งฉบับ ระบุทรัพย์สินและระบุว่าต้องการยกอะไรให้กับใครบ้าง พร้อมลงลายมือชื่อกำกับ ควรมีพยานยืนยัน พยานต้องไม่มีส่วนได้เสียและไม่เป็นผู้รับมรดก

5.เมื่อทำพินัยกรรมแล้ว ควรปรับปรุงข้อมูลในพินัยกรรมให้ทันสมัย ตั้งแต่รายการทรัพย์สินหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง หรือจำนวนผู้รับมรดกที่อาจเปลี่ยนแปลงได้จากการหย่าร้าง หรือถึงแก่ความตาย เป็นต้น ควรปรับปรุงหรืออัพเดทพินัยกรรมอย่างน้อยทุก 3 - 5 ปี

6.ควรบอกกล่าวพยาน คู่สมรส ผู้รับมรดก หรือบุคคลใกล้ชิดที่ไว้ใจได้ ถึงที่ซ่อนหรือเก็บพินัยกรรมฉบับล่าสุดไว้ด้วย มอบกุญแจตู้เก็บเอกสาร หรือบอกรหัสตู้เซฟที่เก็บกรมธรรม์ประกันชีวิต สมุดเงินฝาก ใบหุ้น โฉนดที่ดินฯลฯ เพื่อให้สามารถนำพินัยกรรมและเอกสารต่าง ๆ มาดำเนินการหลังเจ้ามรดกสิ้นชีวิต

7.กรณีที่เจ้ามรดกจากไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมทิ้งไว้ หรือมีพินัยกรรมแต่หาไม่พบ ทรัพย์สินและหนี้สินจะถูกจัดสรรแก่ทายาทตามลำดับและตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ 1.บุตรและคู่สมรส 2.บิดา มารดา 3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4.พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน 5.ปู่ ย่า ตา ยาย 6.ลุง ป้า น้า อา

8.ปัจจุบันไทยมีการจัดเก็บภาษีมรดกตามพรบ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 โดยผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก คือ ผู้รับมรดกที่ได้มรดกสุทธิหลังหักภาระติดพัน จะรับในคราวเดียวหรือหลายคราว ก็ให้เสียภาษีเฉพาะมูลค่ามรดกสุทธิส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ในอัตราภาษี 10%

ขอบคุณข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย