บริหารการเงิน

ภาษีต้องรู้ (ได้แล้ว) !

  • 27 กุมภาพันธ์ 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,662
Share on Google+
LINE it!
- +

ยื่นภาษี ทำด้วยตัวเอง ทำด้วยความเร็ว

เรื่อง : บีเซลบับ ภาพ : รอยเตอร์ส

ไม่มีคำว่าช้าไปสำหรับการวางแผนภาษีล่วงหน้า กุญแจสำคัญคือคำว่า “ล่วงหน้า” และแถมให้อีกคำว่า “ทำเอง” การยื่นแบบรายได้ประจำปีต่อกรมสรรพกากรเพื่อประเมินภาษีนั้น ของใครของมันและควรยื่นด้วยตัวเอง ทำไมและทำไม 40+มีแนวทางมาบอกกัน เพื่อให้การยื่นภาษีกลายเป็นเรื่องง่าย และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนระยะยาวตลอดชีวิตของคุณ

ใช่! บางบริษัทก็มีฝ่ายบุคคลช่วยคำนวณภาษีให้ ถึงเวลาก็มีเอกสารจากฝ่ายบุคคลส่งมาให้ หรือบางบริษัทก็มีแบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลไว้ให้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ กรอกภาษีตามนี้แม้จะมีความปลอดภัยและสะดวก แต่ไม่ตอบโจทย์เรื่องความละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคล เพราะคงไม่มีฝ่ายบุคคลของบริษัทใด ทราบข้อมูลทางการเงินของพนักงานในองค์กรแบบ 100% ตอบตัวเองว่า ฝ่ายบุคคลจะรู้ได้อย่างไรว่า เรารับงานกี่จ็อบ อะไรบ้าง ลดหย่อนได้แค่ไหน ผ่อนบ้านกี่หมื่นบาท มีลูกกี่คน มีบุพการีต้องอุปการะกี่คน ซื้อกองทุนที่ลดหย่อนภาษีไปกี่กอง ทำบุญต่อปีกี่ซองกี่แสน

ไม่มีใครรู้เรื่องเราดีเท่าตัวเราเอง หันมาใส่ใจสักนิดเรื่องการวางแผนภาษี รับรองว่าภาษีจะบรรเทาภาระไปเยอะ ไม่ต้องเสียภาษีมากจนเกินไป ที่ไม่ควรเสียก็ไม่ต้องเสีย รวมทั้งไม่ต้องเสียเบี้ยปรับเพิ่มกรณียื่นชำระภาษีผิด

ยื่นภาษีด้วยตัวเอง

1.การวางแผนภาษีเริ่มจากการทำความเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีเงินได้ในรายการที่เราจะต้องเสีย และเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้คุ้มค่า

2.หลักการทำความเข้าใจเรื่องภาษี คือ รู้ประเภทของรายได้ รู้ค่าใช้จ่ายที่ใช้หักภาษีได้ รู้ค่าลดหย่อนเพื่อลดภาษี รู้วิธีการคำนวณภาษี และรู้ช่องทางการยื่นภาษี

3.จัดประเภท “รายได้”ของตัวเอง รายได้จากงานแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน เงินเหมือนกัน แต่คำนวณภาษีไม่เหมือนกัน เพราะรายได้แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายต่างกันนั่นเอง จำไว้ว่ายื่นผิดประเภทปั๊บ เงินหายปุ๊บ

4.ยื่นรายได้และหักค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงตาค่าลดหย่อน ค่าลดหย่อนมีมากมายไม่ควรมองข้าม เพราะทุกค่าลดหย่อนก็คือตัวช่วยตามกฎหมาย เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ถ้าแต่งงานก็ลดหย่อนในส่วนของคู่สมรสได้ด้วย ลูก บุพการีฯลฯ ศึกษาให้ถี่ถ้วน

5.ค่าลดหย่อนบางประเภทยังช่วยในแง่การลงทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ได้แก่ ดอกเบี้ยบ้าน ค่าเบี้ยประกันชีวิต เงินปันผลจากการลงทุนในหุ้น เงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินประกันสังคม

6.วิธีการคำนวณภาษี หลังนำรายได้ทั้งปีมาหักค่าใช้จ่ายตามประเภทรายได้และหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว ก็จะเหลือเป็นเงินได้สุทธิ จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีในอัตราก้าวหน้า

7.การยื่นภาษี อย่าลืมตรวจทานให้ละเอียด เคล็ดไม่ลับคือการยื่นแบบภาษีให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ทันทีที่หลักฐานเอกสารพร้อมก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้รอไปถึงเส้นตาย 31 มี.ค.ของทุกปี

โค้งสุดท้ายของการยื่นแบบ ประเภทเดือนสุดท้าย หรือสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมี.ค.นั้น ทำให้หลายคนตกม้าตายกันมาแล้ว นอกจากจะทำให้ได้รับเงินคืนช้า(เพราะคุณยื่นพร้อมกับคนจำนวนมาก) ยังอาจทำให้ต้องเสียค่าปรับ 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่อาจต้องชำระเพิ่มด้วยนะ

ยื่นภาษีไม่ขาดไม่เกิน ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเสียภาษี ตัวเงินที่ประหยัดได้ รับรองว่าไม่น้อย! อย่าลืมนำเงินคืนภาษีไปต่อยอดลงทุนต่อ ใช้เงินต่อเงิน สร้างผลตอบแทนกลับมาให้ชื่นใจในทุกปีไปตลอดชีวิตการทำงาน