ไลฟ์สไตล์

มลพิษรอบตัว ภัยเงียบทำร้ายผิวหน้า

  • 16 กุมภาพันธ์ 2562, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 884
Share on Google+
LINE it!
- +

อาจส่งผลกับความงามผิวเสียหมองคล้ำ

เรื่อง : กันย์ ภาพ : นูสกิน

สภาพอากาศที่ทุกคนเห็นนั้นถ้าดูด้วยตาเปล่าจะพบว่าเหมือนหมอกในฤดูหนาว สิ่งที่เห็นเป็นฝุ่นละอองพิษ PM2.5 ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ หากไม่ได้รับการป้องกันที่ถูกต้องจะมีผลกระทบต่อสุขภาพเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ ตามมา ยังส่งผลกระทบต่อผิวของสาวๆ อีกด้วย

ดร. โจเซฟ วาย แชง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ และรองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิ้งค์ กล่าวว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 นี้สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆ และนำพาเข้าสู่ผิวหนังมีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น คนที่มีปัญหาสิว ผิวแพ้ง่าย หรือแม้กระทั่งโรคภูมิแพ้ผิวหนังอื่นๆ ที่จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองคันมากยิ่งขึ้นเพราะเกราะของผิวหนังเสียไป โดยเฉพาะผิวบนหน้าซึ่งมีความบอบบางกว่าผิวบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งริ้วรอยก่อนวัยและจุดด่างดำ

การล้างหน้าให้สะอาดเป็นขั้นตอนพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิว เราจึงควรใส่ใจในขั้นตอนนี้อย่างมากที่สุด แต่นอกเหนือจากการล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ควรดูแลผิวพรรณให้เหมาะสมกับประเภทผิวของเรา ซึ่งแบ่งประเภทผิวหลัก คือ

1. ผิวแห้ง ผิวแห้งจะเป็นผิวที่ละเอียดบอบบางและจะเป็นริ้วรอยได้ง่าย การใช้สบู่ทำความสะอาดผิว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า จะยิ่งทำให้ผิวแห้ง แตกได้ง่ายยิ่งขึ้น ควรใช้โฟมไม่มีฟอง หรือเจลล้างหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้น และตามด้วยครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยน

2. ผิวมัน คนผิวมันจะมีผิวที่ค่อนข้างหยาบ รูขุมขนใหญ่ และมักจะเป็นสิวหัวดำ เนื่องจากไขมันไปอุดตันรูขุมขน ข้อดีของการมีผิวมันก็คือ ผิวหน้าเหี่ยวย่นช้ากว่าชนิดอื่นๆ ความเข้าใจที่ผิดสำหรับคนผิวมัน คือ การพยายามใช้สบู่หรือครีมล้างหน้าที่แรงๆ เพื่อที่จะควบคุมน้ำมันส่วนเกินบนผิวหนัง แต่รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้แทนที่จะเป็นการกำจัดน้ำมันส่วนเกิน กลับเป็นการกระตุ้นผิวหนังให้ผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น จึงควรดูแลผิวหนังชนิดนี้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นและปราศจากน้ำมัน และควรพอกหน้าด้วยสมุนไพร และอบไอน้ำเพื่อช่วยเปิดรูขุมขน เพื่อป้องกันการเกิดสิวหัวดำ

3. ผิวผสม คนที่มีผิวชนิดนี้มักจะมีสิวหัวดำ บริเวณจมูก และมีสิวขึ้นบริเวณหน้าผากและคาง ควรดูแลผิวด้วยวิธีผสมผสานระหว่างการดูแลผิวธรรมดาหรือผิวแห้งในส่วนที่เป็นผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง และใช้วิธีดูแลผิวมันในบริเวณที่เป็นผิวมัน โดยผิวชนิดนี้เป็นผิวผสมระหว่างผิวธรรมดาหรือผิวแห้งกับผิวมัน การจะรู้ได้ว่ามีผิวผสมหรือไม่ให้ใช้กระดาษเช็ดหน้าแผ่นใหญ่ปิดทับ ไปบนใบหน้าทั้งหน้าทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า หากปรากฏน้ำมันเป็นรูตัว “T” บนกระดาษ คือ บริเวณหน้าผาก สันจมูก จนถึงปลายคาง

4. ผิวหน้าแพ้ง่าย จะเกิดรอยแดง เกิดผื่น เกิดสิวได้ง่ายกว่า โดยคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับปัญหาที่ต้องเลือกใช้พวกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์

ทำไม เราล้างหน้าโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าอย่างดีแล้ว แต่ยังคงมีปัญหาผิวหน้าตามมาไม่รู้จบ ทั้งปัญหาสิวและผิวมัน ยิ่งกับในปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองพิษในอากาศ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นมาทำร้ายผิวอีก นั่นอาจหมายถึงเพราะการล้างหน้าด้วยมือกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอาจยังไม่เพียงพอกับการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกบนใบหน้าให้หลุดออกไป รวมทั้งสิ่งตกค้างจากเครื่องสำอาง

การล้างหน้าเฉลี่ยวันละ 2 ครั้ง ด้วยการใช้มือในการนวดคลึงใบหน้าควบคู่ไปกับการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แต่อาจทำความสะอาดไม่หมดจดเพียงพอทิ้งสิ่งตกค้างบนใบหน้าเป็นความหมองคล้ำดูไม่สดใส

หมั่นดูแลสุขภาพและผิวพรรณตัวเองให้มากยิ่งขึ้น ยิ่งในช่วงที่มีฝุ่นละอองพิษอยู่ รอบตัวเรา ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ