ไลฟ์สไตล์

เอกชัย ศรีวิชัย ฝันเป็นจริง ถ่ายทอด “โนราห์” สู่จอเงิน

  • 9 พฤศจิกายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 99
Share on Google+
LINE it!
- +

ขุนเพลงใต้ ไม่ยอมให้ศิลปวัฒนธรรมสูญหาย ขอเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น

เรื่อง : ไรเฟิลเบิร์ด

มีความใฝ่ฝันอยากจะสร้างภาพยนตร์ที่ถึงศิลปวัฒนธรรม แต่ “เอกชัย ศรีวิชัย” ก็หันมาเอาดีด้านร้องเพลง จนได้ฉายาว่า ขุนเพลงใต้ หลังจากที่ประสบความสำเร็จทั้งงานเพลงและงานแสดง จึงขอทำตามความฝันตัวเอง นั่งแท่นในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ “โนราห์” เพื่อถ่ายทอดศิลปะวัฒนธรรมแดนใต้ให้เป็นที่รู้จัก

“ชีวิตผม คือ เกิดที่ใต้ โตมาในโรงมโนราห์ โตมากับหนังตะลุง ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เราก็ได้ยินเสียงพ่อร้องกลอนหนังตะลุง ร้องกลอนมโนราห์ ท่านก็ฝึกให้เราเล่นให้เราทำ พอวันหนึ่งเรามาโลดแล่นในวงการบันเทิง เป็นศิลปินนักร้อง แทนที่เราจะได้เป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นเหล่านั้น ก็เสียเวลานั้นไปกลายมาเป็นคนสาธารณะ แล้วนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใส่ในเพลง แต่นั่นก็คืองานในสายนักร้อง แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เราจะได้มีโอกาสได้เข้าไปในวงการภาพยนตร์ซึ่งเป็นความฝันตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว

สื่อภาพยนตร์ก็ไม่เคยมีใครทำเรื่องแบบนี้ แล้วมันทำผ่านองค์ประกอบที่เรารู้ที่เรามีอยู่ในสายเลือด อีกอย่างคือ ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ ตอนที่ยังมีทุกอย่าง มีสุขภาพแข็งแรง มีคอนเนคชันหรือมีพาวเวอร์ที่จะทำงานนี้ได้ แล้วไม่ทำ ถ้าตายไป ก็ไม่รู้จะไปบอกบรรพบุรุษปู่ยาตายในสายมโนราห์ยังไง งั้นต้องนำเสนอสิ่งที่เป็นตัวตนชัดเจน รากเหง้าคืออะไร และสำคัญคือ ความสวยงามของมันคืออะไร มันจะถูกส่งออก ถ่ายทอดต่อยังไง สิ่งเหล่านี้มันควรถูกนำมาสื่อในภาพยนตร์ แต่ผ่านคำว่าบันเทิง

ส่วนตำนานที่ใส่ไว้ในหนัง ก็เป็นประวัติกำเนิดโนราห์ ที่คนในแวดวงมโนราห์ต้องเรียนรู้ แต่ว่าแต่ละตำราที่เขียนถึงตำนาน ก็จะเขียนไม่เหมือนกันนะ ผมเลือกเอาฉบับที่พ่อขุนอุปถัมภ์นรากรเขียนมาใช้ ผมเชื่อพ่อขุนฯ เพราะท่านเป็นคนพัทลุงแท้ ๆ ขณะที่ ท่านอื่นๆ ที่เขียน ไม่ใช่คนพัทลุง”

ในภาพยนตร์ โนราห์ เป็นการรวบรวมบุคคล ผู้ใหญ่ ครูอาจารย์มโนราห์ของภาคใต้รุ่นเก่าหลายคนมาร่วมงานในหนังเรื่องนี้ เช่น อ้อมจิต ชิดชม, ละมัยศิลป์ อ.หาดใหญ่, นกน้อย เสียงเสน่ห์, สายทิพย์ เสน่ห์ศิลป์, สุนันทา ดาราศิลป์ม, ศรีธน ธนชัย และ น้องกฤต ธนชัย

“บุคคลเหล่านี้เมตตาผม เพราะผมเป็นปากเสียงให้กับวัฒนธรรม สิ่งที่ท่านเป็น และพวกท่านล้วนเป็นครูบาอาจารย์ทำงานในท้องถิ่น ไม่มีปากเสียงในส่วนกลาง ผมเปรียบเหมือนลำโพงดอกใหญ่ให้กับพวกท่าน ก็เลยยินดีสนับสนุน ยินดีที่จะเข้าร่วม มาช่วย เหมือนการช่วยกันขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเหล่านี้ให้มันไปให้ไกลให้สุดให้ได้ มันเป็นความตั้งใจของผมอยู่แล้วที่จะชวนท่านเหล่านี้มาร่วมงาน”