ไลฟ์สไตล์

ความสุขในวัยเกษียณ

  • 31 ตุลาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 819
Share on Google+
LINE it!
- +

ศิลปะ ต้นไม้ งานเพื่อสังคม ความสุขในวัยเกษียณของอาจารย์ อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ

เรื่อง : แมงโก้หวาน

เจอะเจอศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างยาวนานและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ อาจารย์ อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ อดีตคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ ห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2561 เลยขออัพเดตชีวิตหลังวัยเกษียณ

อาจารย์ได้รับเชิญจากทางโรงแรมดุสิตธานีมาร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยถึงแนวทางการทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะอันทรงคุณค่าในโรงแรม โดยเฉพาะภาพจิตรกรรมฝาผนัง และเสาเพนท์ลายไทยขนาดสองคนโอบ 2 ต้น ฝีมือของปรมาจารย์ช่างศิลป์ “ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ” หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ท่านกูฏ’ ในห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี

ภาพจิตรกรรม ห้องอาหารเบญจรงค์

 

หากใครที่เคยเข้าไปนั่งรับประทานอาหารในห้องอาหารไทยเบญจรงค์คงได้เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ฝีมือการเขียนของท่านกูฏ ซึ่งภาพจิตรกรรมนี้พอผ่านประตูทางเข้าห้องอาหารไปจะอยู่ทางซ้าย และเมื่อเดินต่อไปถึงห้องอาหารจะเห็นเสากลมเพนท์ลายไทยขนาดสองคนโอบสองต้น

อาจารย์อำมฤทธิ์เล่าว่า โรงแรมดุสิตธานี เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2513 และจะหยุดให้บริการในวันที่ 5 ม.ค. 2562 เพื่อที่จะทำการบูรณะและสร้างโรงแรมใหม่เพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นสูง

“ต้องยอมรับว่าโรงแรมดุสิตธานีเต็มไปด้วยงานศิลปะร่วมสมัยและสถาปัตยกรรมการออกแบบที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมีอัตลักษณ์ในแบบของตัวเอง งานศิลปะในห้องอาหารไทยเบญจรงค์ไม่ว่าจะเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง เสาเพ้นท์ลายไทยทางดุสิตธานีมีแนวทางที่จะอนุรักษ์ด้วยการนำไปไว้ในโรงแรมที่จะก่อสร้างใหม่โดยให้คงอยู่ในรูปแบบเดิม จึงได้ให้ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรมาเป็นผู้ศึกษาและค้นคว้ากรรมวิธีการอนุรักษ์ผลงานอันทรงคุณค่านี้”

 

อดีตคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ เล่าว่า ในช่วงเวลาที่เหลือจากนี้จะมีการศึกษารายละเอียด ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมถึงเทคนิคและสีดั้งเดิมที่อาจารย์ไพบูลย์ใช้ รวมทั้งหาหลักฐานการบูรณะซ่อมแซมที่ผ่านมาด้วย

“เนื่องจากเสาทั้งสองต้นคาดว่ามีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าต้นละ 5 ตัน และเป็นเสาที่สำคัญต่อโครงสร้างของอาคารโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จึงต้องรอจนกว่าการรื้อถอนส่วนอื่นๆ แล้วเสร็จจึงจะเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ก่อนได้ ซึ่งระหว่างนั้นเสาทั้ง 2 ต้นจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี”

อาจารย์บอกว่า นี่คือการทำงานเพื่อสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำงานเพื่อสังคมในมุมของศิลปะ

“งานเพื่อสังคมที่ผมทำส่วนใหญ่เป็นงานเกี่ยวกับศิลปะทั้งนั้น เช่น การจัดกิจกรรมทางด้านศิลปะที่สามารถเข้าไปช่วยสังคมในมุมต่างๆ ได้ ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ ตอนนี้เป็นที่ปรึกษาให้กับหอศิลป์ที่ จ.สงขลา เป็นหอศิลป์ของเอกชนแต่ผมเห็นเจตจำนงเจ้าของที่ต้องการสร้างงานศิลปะให้กับเมืองสงขลาเลยไปช่วย โดยจะลงไปจัดกิจกรรมด้านศิลปะทุกเดือน การเป็นกรรมการตัดสินผลงานทางด้านศิลปะในการประกวดศิลปะ ไปบรรยายให้ความรู้ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกมุมหนึ่งก็ทำงานศิลปะของตัวเองไปด้วย อย่างเช่นปีหน้าจะนำผลงานไปจัดแสดงที่ต่างประเทศ ตอนนี้อยู่ในช่วงของการเตรียมงานอยู่”

งานศิลปะของอาจารย์อำมฤทธิ์

 

นอกจากการทำงานเพื่อสังคมในมุมของศิลปะ การสร้างสรรค์งานตัวเองแล้ว อาจารย์ยังมีความสุขไปกับการปลูกต้นไม้และดูแลต้นไม้อีกด้วย

“นอกศิลปะแล้วก็มีต้นไม้นี่แหละที่ชอบ ผมชอบปลูก ชอบดูแลมัน แต่ข้อเสียของผมคือ ไม่รู้หรอกว่ามันชื่อต้นอะไร พันธุ์อะไร รู้แต่ว่าชอบรูปทรง รูปร่าง ใบ กิ่งก้านของมัน ทั้งๆ ที่บ้านพื้นที่ไม่มากก็พยายามจะยัดเยียดใส่ต้นนั้นต้นนี้เข้าไป

สวนที่บ้านของอาจารย์อำมฤทธิ์

 

เวลาอยู่กับธรรมชาติเป็นช่วงเวลาพิเศษ ผมชอบศึกษาธรรมชาติของต้นไม้ ต้นนี้ชอบน้ำ ต้นนั้นชอบแดด ต้นนี้ชอบฝน ค่อยๆ เรียนรู้ สังเกตการณ์เติบโตของมัน เป็นความสุขอย่างหนึ่งครับ

เชื่อไหมว่า คนแถวบ้านมักจะถามผมว่า อาจารย์นี่ต้นอะไร ผมไม่รู้ รู้แต่ว่ามันสวย มันมีดอก ใบมันมีลักษณะอย่างโน้นอย่างนี้ และถ้าเห็นว่าสวยก็จะซื้อมาปลูกที่บ้าน” อาจารย์อำมฤทธิ์เล่าถึงชีวิตในวัยเกษียณ