ไลฟ์สไตล์

จิตติมา วิภูสุพรรณ์ หลงใหลเสน่ห์ของพลอยเนื้ออ่อน ยิ่งนานยิ่งเพิ่มค่า

  • 4 ตุลาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,834
Share on Google+
LINE it!
- +

ผู้หญิงกับเครื่องประดับนั้นเป็นของคู่กัน

เรื่อง : กันย์

ถ้าถามถึงของสะสมที่ผู้หญิงมักจะสะสมกันนั้นก็คงมีไม่กี่อย่าง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับทองเพชรพลอย เพราะถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวคุณสาวๆ เช่นเธอคนนี้ จิตติมา วิภูสุพรรณ์ เจ้าของแบรนด์เพรสทีจ เจมส์ ตัวเธอนั้นทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเพชร แต่เธอไม่ได้สะสมเพชร เนื่องจากหากจะสะสมเพชรควรเป็นเพชรร่วงขนาดตั้งแต่ 3 กะรัตขึ้นไป น้ำดีขาวใส ความใสของน้ำต้องไม่ต่ำกว่าระดับ 98 ซึ่งมันราคาแพงเกินไป อีกทั้งเธออยู่กับเพชรมาเกือบ 20 ปี จึงไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าที่ควร เพราะมองว่าเพชรไม่มีเสน่ห์เท่าพลอยที่มีรายละเอียดเยอะกว่า หายากกว่า อีกทั้งเห็นคุณแม่สะสมทองและพลอยมาตั้งแต่เด็กเกิดความประทับใจมีโอกาสก็เลยอยากเก็บเองบ้าง บางเม็ดก็ได้รับตกทอดมาจากคุณแม่พวกพลอยเนื้อแข็ง แต่เธอชอบพลอยเนื้ออ่อน เพราะสีจะสวยหวานกว่าพลอยเนื้อแข็ง ส่วนเพชรไม่เก็บเลยมันจืดชืดไม่มีเสน่ห์เท่าไหร่

 

"เพชรมันก็จะเป็นเม็ดขาวๆ ใสๆ แม้เม็ดจะใหญ่เล็กไม่เท่ากัน รูปร่างกลมบ้าง เหลี่ยมบ้าง มาร์คีส์บ้าง หยดน้ำบ้าง แต่พอเปิดกล่องออกมามันก็ดูขาวโพลนเป็นโทนเดียวกันไปหมด ดูจืดๆ ไม่มีสีสันที่ช่วยสร้างแรงจูงใจใดๆ เลย แต่ถ้าจะเล่นเพชรสีชมพู สีเหลือง ราคาก็สูงลิบลิ่วสู้ไม่ไหวอีก ก็เลยมาลงตัวที่พลอยดีกว่า เก็บไปได้เรื่อยๆราคาสบายกระเป๋าเก็บไว้นานวันก็เพิ่มค่าได้เหมือนกัน"

เธอว่าเพชรยังหาได้ง่ายมีเหมืองเยอะ และมีเหมืองเปิดใหม่ๆ อีกหลายแห่ง ขณะที่พลอยหมดแล้วหมดเลยอย่างของไทยเราทับทิมสยาม ที่ จ.จันทบุรี ก็หมดไปหลายปีแล้ว ของแทบจะไม่มีในตลาด หรือทับทิมพม่าบ่อม๊กก๊ก ก็เหลือน้อยลงทุกที ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆขณะที่ไปขุดบ่อใหม่ในพม่าสีก็อ่อนลงไม่ชมพูสดๆ เหมือนบ่อม๊กก๊กอีกแล้ว แล้วพลอยมันมีเสน่ห์ มีหลายสี หลายแบบ ไล่โทนอ่อนแก่ สวยหวานจับใจ  ตอนมาทำร้านเพชร 10 กว่าปีก่อน เรายังได้เจอพลอยเนื้อแข็งเม็ดใหญ่ๆ ขนาด 5-10 กะรัต ไม่ยากอย่างไพลิน มรกต บุษราคัมยังพอหาซื้อได้แบบกระเป๋าไม่ฉีก แต่พอมาถึงตอนนี้ไซส์ใหญ่หายากแล้ว ถ้าได้มาราคาก็แพงระยิบเลย ตอนนี้ขนาดที่พอหาได้ในราคาที่ไม่ทำให้กระเป๋าเราฉีกก็คือขนาด 3-5 กะรัต เม็ดแค่นี้ก็หลายหมื่นอยู่นะ"

 

แต่เพราะหลงใหลในสีสันของพลอย แต่พลอยเนื้อแข็งก็มีราคาแพงจนจับไม่ลงเช่นนี้ เธอจึงหาทางออกด้วยการสะสมพลอยเนื้ออ่อนแทน แล้วใช้วิธีเล่นเป็นเซตใหญ่ๆ แบบหามาให้ครบทั้งชุด พอที่จะทำเป็นสร้อยคอ แหวน สร้อยคอมือ ต่างหู หรือหากจะเล่นเม็ดเดียวโดดๆ ก็ต้องหาเฉพาะขนาด 10 กะรัตขึ้นไปถึงจะเด็ด

"เก็บเป็นเซตใหญ่ๆ สนุกดีที่เราจะค่อยๆ ไล่เก็บพลอยประเภทเดียวกัน ให้สีและขนาดใกล้เคียงกันที่สุด คอยลุ้นว่าเมื่อไหร่จะได้ครบได้มาทีละ2-3 เม็ด ซึ่งเริ่มเก็บจริงจังมา 7-8 ปีแล้ว เริ่มเก็บมาเรื่อยๆโดยจะเน้นสีหวานๆ อย่างฟ้าใสและชมพูอ่อนๆ มันดูนุ่มนวลสบายตาดีค่ะ"

นอกจากพลอยเนื้อแข็งจะหายาก หลายชนิดเริ่มหมดไปจากตลาดแล้ว ต้องไปหากับคนรุ่นเก่าๆ ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยปล่อยออกมา ทำให้ราคาของพลอยเนื้ออ่อนขยับตัวขึ้นตามไปด้วย ส่วนพลอยเนื้ออ่อน เช่น ซิทริน (สีเหลือง) อะเมทิสต์ (สีม่วง) บลูโทปาส (สีฟ้า) อะความารีน (สีฟ้าอ่อนใส) เพอริดอต (สีเขียว) ทัวมารีน (สีน้ำแตงโม) พลอยพวกนี้ยังพอหาได้ แต่ราคาก็ไม่ได้ถูกเหมือนสัก 20 ปีที่แล้วที่กะรัตละ 200 กว่าบาท เม็ดขนาด7-8 กะรัต อยู่ที่ 2,000 กว่าบาท แต่ตอนนี้พลอยเนื้ออ่อนก็ขยับขึ้นไปกะรัตละ 700-800 บาท ที่เคยเม็ดละ 2,000 กว่าก็ขึ้นไปถึง6,000-7,000 บาท ถ้าสวยๆ ก็อาจจะเลยหลักหมื่นบาท

ล่าสุดเธอได้เก็บพลอยประเภทหนึ่งที่อาจจะฟังไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ชื่อพัดพาราชา (Patparaja) เป็นพลอยสีชมพูออกแดงๆ ส้มๆ สีหวานใส เป็นพลอยในตระกูลเดียวกับไพลิน มาจากประเทศแทนซาเนีย "เก็บพลอยชุดนี้มา 4 ปีกว่าเกือบจะได้ครบชุดสร้อยคอแล้ว รอหาเม็ดใหญ่ๆ สัก 3-4 เม็ด เพื่อจะมาทำแหวนและต่างหู ยังหาไม่ได้เลย เราไม่ได้เลือกพลอยฝ่ายเดียว แต่พลอยอาจจะเลือกเราก็ได้ (หัวเราะ)

"ส่วนใหญ่ที่เก็บไว้ ก็เก็บเป็นพลอยร่วงแทบจะไม่ได้ไปทำตัวเรือนเท่าไหร่ เพิ่งไปทำสร้อยคอมาแค่ 2 ชุดเท่านั้น ที่เหลือเก็บเป็นพลอยร่วงไว้ เผื่อยกให้ลูกสาว ยุคเราราคาอาจจะไม่แพงมาก แต่สัก 10 ปีรับรองราคาขึ้นเป็นเท่าตัวและของก็หายากขึ้น ตอนนี้มีอยู่ เกือบ 200 เม็ด หากเราเลือกใช้พลอยให้ถูกโฉลกก็ช่วยเสริมสง่าราศีได้ตามศาสตร์ของคนโบราณ ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะพลอยเม็ดเดียวถ้าศรัทธาก็ศักดิ์สิทธิ์ได้"