ไลฟ์สไตล์

ของสะสมแสนรัก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

  • 12 กันยายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 118
Share on Google+
LINE it!
- +

กล้องแห่งความทรงจำยิ่งเก็บนานยิ่งเพิ่มค่า

เรื่อง : กันย์

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด นักบริหารรุ่นใหม่ชื่นชอบการถ่ายรูป เพราะเป็นการบันทึกช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันแสนประทับใจที่ไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้อีก เมื่อชอบถ่ายภาพ แน่นอนเขาก็เลยต้องชอบสะสมกล้อง วันนี้เขามีกล้องสะสมอยู่เกือบ 10 ตัว เขาบอกว่าที่จริงแล้วต้องมีมากกว่านี้ราวๆ 15 ตัว แต่ตอนเรียนจบกลับจากเมืองนอกก็หายไป 2 ตัว ตอนย้ายบ้านก็หายไปอีก

เขาเริ่มสะสมกล้องตั้งแต่อายุ 15 ปี ตอนนั้นไปเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ไปอยู่โรงเรียนประจำเป็นเมืองที่เงียบสงบมาก ประชากรแกะมีจำนวนมากกว่าคน กลางคืน 3 ทุ่มก็เงียบมาก ไม่มีแสงสีใดๆ เลย เขาก็เลยมีงานอดิเรกคือการตระเวนถ่ายรูป โดยกล้องอันแรกคือคุณพ่อซื้อให้ แล้วเขาก็ไปเรียนถ่ายรูปจากอินเทอร์เน็ต แต่เรียนไม่จบคอร์ส ก็เจออะไรก็ถ่ายเป็นช่วงที่เห่อมากๆ ไปอยู่ที่นั่น 3 ปีก็ถ่ายรูปตลอด กล้องตัวแรกที่มีคือกล้องโพลารอยด์ แบบถ่ายแล้วมีรูปออกมาเลย ฟิลม์จะแพง กล่องหนึ่งมีแค่ 10 รูป ตอนถ่ายต้องตั้งสติให้ดีอย่าให้เสีย ฟิล์มมันแพง (หัวเราะ) แต่มันทันใจดี ถ่ายปุ๊บเดี๋ยวออกมาให้ดูปั๊บแต่เดี๋ยวนี้ฟิล์มโพลารอยด์ไม่มีแล้ว ซื้อเก็บตุนไว้ตอนเขาทำรุ่นพิเศษออกมาที่อเมริกา เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นรุ่นพิเศษชื่อรุ่น Save Polaroid เมื่อหลายปีก่อนตอนนี้ก็ใช้หมดแล้ว ต้องไปหาซื้อฟิล์มแถวพลับพลาไชยอาจจะมีบางร้านหลงเหลืออยู่บ้าง

เขาเล่าว่าที่นิวซีแลนด์เมืองที่ไปอยู่เป็นเมืองเก่า มีโรงรับจำนำ มีร้านกล้องที่มีของรุ่นเก่าๆ อยู่เยอะ เขาก็ไปเดินดูเล่นๆ บ่อย แต่ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่ค่อยมีกำลังซื้อ ได้แต่ดูแล้วก็เก็บความอยากได้เอาไว้ ชมแล้วชอบ บอกกับตัวเองว่ามีเงินเมื่อไหร่จะกลับมาซื้อ แต่ก็ไม่ได้กลับไปซื้อสักที แล้วก็กลับเมืองไทยเสียก่อน พอไปเรียนที่อเมริกา อยู่ที่เมืองออสติน รัฐเทกซัส ตอนอายุ 19 ปี ก็เป็นเมืองที่เงียบๆ ไม่มีแสงสีอีกเช่นเคย ความเหงาเข้าครอบงำอีกแล้ว ก็เลยกลับไปหาความชอบเดิมคือการถ่ายรูป ก็ได้กล้องคลาสสิกเพิ่มมาหลายตัว เช่น กล้องโบราณยี่ห้อ ยาชิก้า ที่ใช้มองโฟกัสแบบมองเลนส์ตรงกลาง กลับยาชิก้าอีกตัวรุ่นใหม่ขึ้นมาหน่อย ตอนนี้มียาชิก้าอยู่ 2 ตัวตอนนั้นพอมีกำลังซื้อมากขึ้น ไปทำงานพิเศษบ้างอะไรบ้าง พอได้ค่าขนมก็เก็บเงินไว้ซื้อกล้อง ก็ซื้อได้ 2-3 ตัวเก่าบ้างใหม่บ้าง ขึ้นอยู่กับความชอบ ยิ่งโบราณก็ยิ่งชอบมองดูแล้วเท่ดี ชอบกล้องที่มีระบบต้องปรับโน่นปรับนี่แบบแมนวล เวลาใช้อาจจะต้องเสียเวลาปรับบ้างอะไรบ้างแต่มันคลาสสิก เวลาถ่ายก็ทำให้พิถีพิถันมีเสน่ห์กว่ากล้องอัตโนมัติเยอะนะ พอย้ายมาเรียนปริญญาโทที่บอสตัน ก็ซื้อกล้องเพิ่มอีกหลายตัว โดยเฉพาะกล้องตัวเล็กๆ น่ารักอันนี้ มินอลต้า ผลิตปี 1930 เป็นฟิล์ม 120 ฟิล์มขาวดำ

กล้องตัวล่าสุดที่เขาซื้อ คือ ฟูจิ X 100 เป็นกล้องดิจิตอล ตัวนี้ใช้งานประจำ เป็นกล้องใหม่ที่บอดี้ทำเลียนแบบรุ่นแรกๆ ของฟูจิที่เคยทำมาเมื่อ 50 ปีก่อน ตัวนี้ใช้ง่ายสะดวกรวดเร็วทันใจ ถูกใจคุณแม่และภรรยา พอหยิบปุ๊บก็ถ่ายได้ปั๊บ กล้องตัวที่แพงที่สุดที่เขาซื้อมาราคา 5 หมื่นบาท แต่ตัวนั้นเอาไปบริจาคเพื่อการกุศลไปแล้ว ที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเกือบ 10 ตัว คละยี่ห้อกันไป

สำหรับเขาแล้วกล้องไม่ได้มีไว้เพื่อสะสมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้จริงได้ด้วย ตัวที่เสียแล้วหรือคุณภาพการใช้งานเริ่มเสียสมดุลเขาก็เก็บไว้เป็นของแต่งบ้าน กล้องตัวเก่าๆ ก็เป็นความทรงจำที่ดีของเขา อย่างบางตัวที่คุณพ่อซื้อให้ ท่านเสียไปแล้วมันก็เป็นเครื่องระลึกเตือนใจเวลาที่คิดถึงคุณพ่อ