ไลฟ์สไตล์

จ้างคนทำงานอย่างไร ได้ทั้งคน ได้ทั้งใจ

  • 16 เมษายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 537
Share on Google+
LINE it!
- +

สิ่งที่สำคัญกับคนยุคใหม่คือ การได้ทำงานที่มีคุณค่า

เรื่อง : กันย์ ภาพ : pixabay

อริญญา เถลิงศรี Managing Director บริษัท SEAC บริษัทที่ปรึกษาในการลงทุนและโค้ช บอกว่าในเรื่องของการทำงาน สิ่งที่สำคัญกับคนยุคใหม่คือ การได้ทำงานที่มีคุณค่า ได้สร้างความแตกต่างให้กับองค์กร ให้กับโลกใบนี้ ได้รับอิสระในการทำงานนอกเหนือจากเรื่องผลตอบแทน นั่นแปลว่า การจ้างงานแบบยุคใหม่ ต้องมองแบบบูรณาการ เพราะมันไม่ใช่การจ้างงานแต่กลับกันมันคือการเลือกของนายจ้างและลูกจ้าง

ในยุคนี้การเฟ้นหา มองคนมาร่วมงานโดยดูจากวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ จะมีความหมายน้อยลงไปมากเมื่อเทียบกับยุคที่ผ่านมา แต่ตรงกันข้ามองค์กรควรจะเฟ้นหาคนที่เข้ากับวัฒนธรรมและเป้าหมายขององค์กรได้และโดยเฉพาะในยุคที่ในตลาดแรงงานปัจจุบันเรามีคนยุคใหม่หรือ Millennials อยู่เป็นจำนวนมากและกลุ่มนี้จะมีแนวความคิดไม่เหมือนเดิม เพราะเขามีความคาดหวังที่จะได้รับจากองค์กรมากเท่าๆ กับที่เขาจะหยิบยื่นอะไรให้องค์กร

จากข้อมูลของ The Ken Blanchard Company พบว่าเรามีคนกลุ่ม Millennials นี้ (คนที่อายุประมาณ 23-37 ปีในปัจจุบันนี้) ซึ่งอยู่ในตลาดแรงงานแล้วถึง 36% และจะเพิ่มขึ้นสูงไปถึง 46% ในปี 2563 ทั่วโลก ดังนั้นจะยิ่งเห็นว่า การจ้างงานมันจะมองแค่ฝั่งพนักงานที่มาสมัครงานอย่างเดียวไม่ได้แล้วจากความต้องการของคนกลุ่มนี้ แต่ต้องหันกลับมามองที่ภายในองค์กรเช่นเดียวกันว่านอกเหนือจากวิสัยทัศน์ เป้าหมายที่ต้องชัดเจนแล้ว คนภายในองค์กรที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเองสามารถทำความเข้าใจและปรับตัวให้เป็นผู้นำในแบบที่คนรุ่นใหม่ต้องการได้หรือไม่ นั่นแปลว่าในยุค 4.0 เช่นนี้รูปแบบการจ้างงานควรมองถึงปัจจัยต่อไปนี้

ผู้บริหารต้องมีความชัดเจนต่อวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่จะไป เพราะพนักงานยุคใหม่จะเลือกทำงานที่ตอบโจทย์พื้นฐานของที่มีต่อองค์กร ในยุคแห่งการทำงานแบบ collaboration คุณลักษณะของคนร่วมทีมมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในทีมควรประกอบไปด้วย คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คนที่ชอบลงมือทำ คนที่จะเป็นคนประนีประนอมทำให้ทีมไปในทางเดียวกัน

นอกเหนือไปจากความสามารถทางการงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ Skills ต่อไปนี้คือสิ่งที่จำเป็นเช่นกันเผื่อสนับสนุนองค์กรในรูปแบบใหม่ที่ต้องมีความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น

1. มีเสาสัญญาณในการรับสิ่งใหม่ เปิดโลกอยู่เสมอ ไม่พูดแต่อดีต ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ เพราะมันจะเป็นน้ำปริ่มแก้วและไปต่อไม่ได้

2. มีความเป็นผู้นำในตัวเองโดยไม่ต้องรอให้หัวหน้ามาบอกว่าต้องทำอะไร เมื่อคิดว่าอยากจะทำอะไรแม้จะมีอุปสรรคก็มองข้ามข้อจำกัดของสิ่งต่างๆ และมองหาแนวทางใหม่ๆ ว่าจะสามารถทำอย่างไรได้อีกเพื่อให้หลุดพ้นข้อจำกัดเดิม

3.ไม่มีลักษณะ โลกหมุนรอบฉัน ขอเก่งคนเดียว ดีคนเดียว เพราะในโลกที่เปลี่ยนเร็ว เราต้องการความหลากหลาย ต้องการการทำงานเป็นทีม ต้องรู้จักประสานงานและขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ เพื่อที่จะทำให้งานบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ รู้จักยืนหยัดแบบไม่เป็นศัตรู ไม่เล่นพรรคเล่นพวกเพราะมันเสียเวลา

4.มี drive ที่ไม่ใช่เงินอย่างเดียว เพราะคนที่ต้องการเงินเค้าจะย้ายที่ไปเรื่อยๆ แต่เรามองหาคนที่มี passion มีเป้าหมายในใจซึ่งคนพวกนี้เมื่อผู้นำให้คุณค่ากับเขากับงานของเขา สนับสนุนและส่งเสริมเขาจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคง่าย ๆ

5.มองเห็นเป้าหมายขององค์กรเป็นเป้าหมายเดียวกับคุณค่าที่ตัวเองให้ความสำคัญ และมีความเชื่อว่าจะทำได้ มีความเชื่อยังไม่พอ ต้องลงมือทำด้วย

สุดท้าย เรื่องของผลตอบแทนก็อาจจะต้องมาในรูปแบบของการต่อยอดสู่อนาคต โอกาสใหม่ๆ ที่จะทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ เติบโต พูดง่ายๆ จิตพิสัยต้องมี เพราะความเก่ง ฝึกกันได้เพื่อให้องค์กรได้มาซึ่งคนที่ทำงานได้งาน และคนที่ทำงานด้วยใจ