สุขภาพ

ภาวะโรคสมองเสื่อม ป้องกันได้

  • 4 กรกฎาคม 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 2,171
Share on Google+
LINE it!
- +

ข้อมูลจากระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ภายในปี 2568 ขณะเดียวกันคนสูงอายุ ก็เป็นกลุ่มที่มีโรครุมเร้ามาก ซึ่งพบว่า “ภาวะสมองเสื่อม” เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดในผู้สูงอายุมากขึ้น โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นในกลุ่มช่วงอายุ 65-69 ปี

เรื่อง : วราภรณ์ ภาพ : AFP

โรงพยาบาลพญาไท 2 ตอบแทนสังคม ด้วยการรณรงค์ให้สังคมมีสุขภาพดีตามเป้าหมายระยะยาว “ไม่อยากให้ใครป่วย มาโรงพยาบาล” ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพที่แข็งแรง  ดูแลผู้สูงอายุ ที่ยังไม่ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีคุณค่าต่อสังคม  ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ จัดกิจกรรมรณรงค์ “ป้องกัน ภาวะโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ” ประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์แก่บุคคลทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายถึงสิ้นเดือนก.ค. นี้

เสวนา“ป้องกัน ภาวะโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ” รพ.พญาไท 2

 

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์มีมากขึ้นทำให้ประชากรในประเทศไทย โดยเฉลี่ยมีช่วงอายุยืนยาว ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 ข้อมูลจากระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ภายในปี 2568 ขณะเดียวกัน คนสูงอายุ ก็เป็นกลุ่มที่มีโรครุมเร้ามาก ซึ่งพบว่า “ภาวะสมองเสื่อม” เป็นหนึ่งในโรคที่เกิด ในผู้สูงอายุมากขึ้น โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นในกลุ่มช่วงอายุ 65-69 ปี ประมาณร้อยละ 3-5  สถิติปี 2558 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน และคาดว่าในปี  2573 จำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,117,000 คน

โรงพยาบาลพญาไท 2  ซึ่งมีหน่วยงานในการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ คือ ศูนย์รักษาความจำเสื่อม Memory Clinic ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การตรวจพบในระยะเริ่มต้น จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับภาวะสมองเสื่อมที่ไม่สามารถรักษาได้ มักเกิดจาก พยาธิสภาพบางประการในสมอง มีทฤษฎีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าความผิดปกติของสมอง เกิดจากการก่อตัวอย่างผิดปกติของโปรตีนอะไมลอยด์ในเนื้อสมองซึ่งในสมองคนสูงอายุทั่วไป สามารถพบโปรตีนดังกล่าวได้ แต่จะมีปริมาณไม่มากเท่ากับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

ด้านการรักษา พญ.สิรารัตน์ โมรรัต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคอัลไซเมอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 อธิบายว่า เมื่อผ่านขั้นตอนการวินิจฉัยจากการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการและการทำ MRI (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะเริ่มการรักษา ให้ตรงกับอาการ ซึ่งแพทย์จะพิจารณารูปแบบการรักษาให้กับผู้ป่วย 2 รูปแบบ คือ

“การรักษาด้วย การใช้ยาและการรักษาโดยไม่ใช้ยา หากวิเคราะห์แล้วว่าเกิดจากสาเหตุที่รักษาได้ ก็จะวินิจฉัย สืบหาโรคที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมและจะเริ่มการรักษาตามโรคที่ผู้ป่วยเป็น” 

ในกรณีสมองเสื่อมที่เกิดจากความเสื่อมของสมองเอง (Neurodegenerative) แพทย์จะพิจารณารักษาอาการตามระดับความรุนแรง ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะให้ยาเพื่อช่วยยับยั้ง เอนไซม์ ที่มาทำลายแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ส่งผลโดยตรง กับความทรงจำ ซึ่งยาดังกล่าวจะช่วยเพิ่มระดับของแอซิติลโคลีน เป็นการรักษาตามอาการ โดยการปรับระดับของสารสื่อประสาทให้มีมากขึ้น การรักษาด้วยยานี้ไม่ได้ทำให้โรคหายขาด เพียงแต่ช่วยประคับประคองและยืดระยะเวลาให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับผลกระทบ น้อยลง

สำหรับการรักษาที่ไม่ใช้ยา คือการบริหารสมอง และการดูแลผู้ป่วยอย่างถูกต้อง และใกล้ชิด การบริหารสมองจะหากิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดหรือเกมส์ให้ผู้ป่วยเล่น เช่น ให้เล่นเกมส์ Sudoku อ่านหนังสือ ควบคู่ไปกับการเน้นความสำคัญในเรื่องของการดูแลผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการ แนะนำการดูแลที่ถูกต้องอย่างใกล้ชิด ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ การจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และความปลอดภัยของผู้ป่วย รวมไปถึงให้การดูแล ผู้ดูแล ผู้ป่วยด้วย เพื่อรักษาสภาพทางจิตใจ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย ผู้ดูแล และครอบครัว

โรงพยาบาลพญาไท 2 จัดกิจกรรมตรวจประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์แก่บุคคลทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกวันพุธและวันศุกร์ เวลา 13.00-15.00น. ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ก.ค.  สอบถามรายละเอียดและนัดหมายการตรวจได้ที่ Call Center 1772