สุขภาพ

“10 ข้อสังเกต” เตือนภาวะสมองเสื่อมไม่อาจเรียกคืน

  • 15 มีนาคม 2562, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 9,285
Share on Google+
LINE it!
- +

เก็บทุกความทรงจำด้วยการดูแลสุขภาพสมองที่ดี เพื่อห่างไกลโรคสมองเสื่อม ที่ส่งผลกระทบต่อความจำทั้งระยะสั้น และระยะยาว  

เรื่อง : ปอย

ความจำเสื่อมคือ ภาวะที่สมองเริ่มมีความบกพร่องต่อความทรงจำ แต่ยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและดูแลตัวเองได้ เช่น ลืมกุญแจรถ ลืมเบอร์โทรศัพท์ หลงๆ ลืมๆ ...อะไรต่อมิอะไรอีกหลายสิ่งอย่าง ใครเป็นบ้าง?

ส่วนสมองเสื่อมคือ กลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองในทุกหน้าที่ มักมีผลต่อความจำทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงส่งผลกระทบต่อความคิด พฤติกรรม และการดำเนินชีวิตประจำวัน ตลอดจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้

นิวทริไลท์ชวนเช็คสุขภาพสมอง แนะวิธีดูแลให้ทุกความทรงจำอยู่กับเราไปนานๆ ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการเตือนภาวะสมองเสื่อมได้ 10 ข้อ ดังนี้

1. สูญเสียความจำโดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น ลืมการสนทนา ลืมนัดหมาย

2. ทำกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคยไม่ได้เหมือนเดิมหรือทำได้แต่ก็ยากลำบาก

3. มีปัญหาในการใช้ภาษา เช่น ลืมคำศัพท์ง่ายๆ ใช้คำผิดความหมาย

4. สับสนวันเวลาและสถานที่ เช่น หลงวัน เวลา บอกที่อยู่ตนเองไม่ได้

5. การตัดสินใจอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปิดพัดลมแรงทั้งที่อากาศเย็นมาก

6. มีปัญหาเกี่ยวกับความคิดรวบยอด เช่น ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข บวกลบคูณหารไม่ได้

7. เก็บสิ่งของผิดที่ผิดทาง เช่น เก็บเตารีดในตู้เย็น เก็บนาฬิกาในโถน้ำตาล

8. อารมณ์แปรปรวน

9. บุคลิกภาพเปลี่ยน เช่น กลายเป็นคนช่างสงสัย หรือหวาดกลัวง่ายกว่าเดิมมาก

10. เก็บตัว เซื่องซึม ไม่กระตือรือร้น อยู่นิ่งๆ ไม่ออกสังคม

ทั้งนี้ กระบวนการเกิดสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยเราไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าสังเกตอาการแล้วรู้ตัวก่อน ก็จะสามารถนำไปสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที

กระบวนการเกิดสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยเราไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าสังเกตอาการและรู้ตัวก่อนก็จะสามารถนำไปสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที

เก็บทุกความทรงจำด้วยการดูแลสุขภาพสมองที่ดี

โดยปกติสมองจะมีกระบวนการฟื้นฟูเซลล์สมอง และผลิตเซลล์สมองใหม่ๆ รักษาการเชื่อมต่อของเซลล์สมอง และซ่อมแซมส่วนต่อของเซลล์ที่เสียหายตลอดเวลา

มีสารที่ควบคุมการซ่อมแซมในสมอง ซึ่งเราสามารถดูแลตัวเองให้กลไกต่างๆ ในสมองสามารถฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. จัดการกับความเครียดและอารมณ์ซึมเศร้า

เพราะภาวะเหล่านี้จะกระตุ้นสารอะดรีนาลีน ยับยั้งการทำงานของสารควบคุมการซ่อมแซมในสมอง เพิ่มการอักเสบสะสมในสมอง และถือเป็นสาเหตุหลักของการเร่งสมองเสื่อม

2. นอนหลับอย่างถูกต้อง หลับให้สนิทและเพียงพอ

ไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน หลีกเลี่ยงการนอนดึก เพราะเซลล์สมองจะฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเองขณะที่เราหลับในเวลากลางคืนตามธรรมชาติ

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย

ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ และน้ำตาลน้อย ช่วยเพิ่มสารควบคุมการซ่อมแซมในสมอง

4. เลือกรับประทานอาหาร เน้นสารอาหารครบถ้วน

หลีกเลี่ยงอาหารเคมีและเครื่องปรุงรส พร้อมเสริมด้วยสารอาหารที่มีส่วนช่วยดูแลสมอง เช่น สารสกัดจากแปะก๊วย สารสกัดจากใบบัวบก กรดไขมันโอเมก้า-3 และสารสกัดจากโสมทะเลทรายหรือซิสแทนเช (Cistanche Root) โดยจากการทดลองและค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระและสารไฟโตนิวเทรียนท์ในรากซิสแทนเช เพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมองได้ดี ช่วยคงสภาพและปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลายได้ และยังช่วยรักษาปริมาณของสารเคมีที่สำคัญในสมองได้อีกด้วย

5. หลีกเลี่ยงดื่มสุราและสูบบุหรี่ รวมไปถึงสารกระตุ้นประสาท

หลังจากชีวิตมดงานอย่างเราใช้งานสมองมาอย่างหนักหน่วง ต่อเนื่องยาวนาน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหันกลับมาสำรวจและใส่ใจสุขภาพสมองของตัวเองกันสักนิด ก่อนที่ความทรงจำที่มีจะสูญหายไปอย่างไม่อาจเรียกคืน