สุขภาพ

มือเท้าชา ส่งสัญญาณอะไรบ้าง

  • 12 กันยายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 173
Share on Google+
LINE it!
- +

อย่านิ่งนอนใจ กับสัญญาณเตือนของร่างกาย อาการชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นอาการที่พบมากในกลุ่มวัยทำงาน

เรื่อง : ไรเฟิลเบิร์ด ภาพ : pixabay.com

รู้หรือไม่ อาการชาปลายมือปลายเท้า อันตราย เสี่ยงอัมพาต! ถ้ามีอาการชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้าลามถึงสะโพก เป็นอีกหนึ่งอาการชาที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยไว้นานๆ อาจเป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากกระดูกสันหลังหักกดทับเส้นประสาท

นพ.นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวถึง อาการเหน็บชา หรือ ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นอาการที่พบมากในกลุ่มวัยทำงาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน กิจกรรมที่ต้องใช้มือมากทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง หรือร่างกายมีระดับธาตุและวิตามินผิดปกติ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ และทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบ ฉะนั้นแล้วเราจึงไม่ควรนิ่งนอนใจหากมีอาการมือเท้าชาบ่อยครั้ง

ทำความรู้จัก “ปลายประสาทอักเสบ”

เป็นกลุ่มอาการของเส้นประสาท ซึ่งทำหน้าที่รับคำสั่งจากสมองและไขสันหลัง ไปยังอวัยวะต่างๆ หากเส้นประสาทจุดใดจุดหนึ่งมีปัญหา อาจส่งผลให้อวัยวะส่วนนั้นทำงานผิดปกติ และเกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงอาการเจ็บปวด แสบร้อน สั่นสะเทือน หรือไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อส่วนนั้นได้

ปัจจัยเสี่ยงโรคปลายประสาทอักเสบ

1.เส้นประสาท ปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบ จากภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

2.มีความผิดปกติแต่กำเนิด หรือ พันธุกรรมจากครอบครัว ที่เคยเป็นโรคเกี่ยวข้องกับเส้นประสาททำงานผิดปกติ

3.มีประวัติการติดเชื้อจากโรคใดโรคหนึ่ง

4.ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อโรคเส้นประสาทที่เกิดจากโรคเบาหวาน

5.ทำงานโดยใช้ข้อมือมากๆ อาจเสี่ยงเป็นโรคเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ

6.เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคไต ภาวะขาดวิตามินอย่างรุนแรง เช่น วิตามินบี 12 หรือภาวะโปรตีนในเลือดสูงผิดปกติ

ชาปลายมือปลายเท้าบ่อยแค่ไหนจึงพบแพทย์

หากมีอาการชาที่บริเวณปลายมือปลายเท้าตั้งแต่ 2-3 วันขึ้นไป และไม่มีทีท่าว่าอาการจะดีขึ้น ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกาย เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันให้บ่อยขึ้น รวมถึงเปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนหมอน หากอาการมือเท้าชายังไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาราว 1 สัปดาห์ ควบรีบพบแพทย์ก่อนอาการลุกลามมากขึ้น

การรักษาอาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า

1.กรณีอาการไม่รุนแรง มีอาการชาแปล๊บๆ ซ่าๆ เป็นระยะ ให้สะบัดข้อมือข้อเท้า หรือเปลี่ยนอิริยาบถ ก็สามารถหายได้ หรืออาจรับประทานวิตามินบีเสริม เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาด เป็นต้น

2.กรณีอาการรุนแรงและต่อเนื่อง อาจต้องรักษาอาการชาปลายมือปลายเท้าด้วยยาต้านการอักเสบของเส้นประสาท หากยังไม่ดีขึ้นแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอ็นที่กดรัดเส้นประสาทนั้นออก

3.กรณีเป็นผลข้างเคียงจากโรคอื่น หากอาการชาเป็นผลพวงมาจากโรคเดิมที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ผู้ป่วยควรลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือน แพทย์อาจให้วิตามินเสริมแก่ร่างกาย เป็นต้น

แม้ว่าอาการมือเท้าชา จะดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นเพียงบางครั้งบางคราว แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะหากเป็นต่อเนื่องและทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคอันตราย ดังนั้น เราจึงควรหมั่นสังเกตตนเอง หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาอย่างทันท่วงที