สุขภาพ

ชะลอวัยใช่เลย!

  • 21 กรกฎาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 874
Share on Google+
LINE it!
- +

40+แบบไหน บูรณาการยังไง เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

เรื่อง : บีเซลบับ ภาพ : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ จัดงาน ‘The Special One for Wellness Destination’ แนะนำเวชศาสตร์ชะลอวัยและเทรนด์การดูแลสุขภาพแห่งอนาคต

ผศ. นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุถึงเทรนด์การดูแลสุขภาพแห่งอนาคตว่า เวชศาสตร์ชะลอวัย ศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแนวใหม่แบบบูรณาการ ที่จะดูแลรักษาสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ทราบถึงโอกาสที่จะเกิดโรค รวมไปถึงสาเหตุแท้จริง นำไปสู่ดัชนีการมีชีวิตที่ยืนยาว

เวชศาสตร์ชะลอวัย ประกอบด้วยเสา 2 หลัก คือ 1. การป้องกันโรค 2. การวิเคราะห์หรือวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเวลาตั้งต้น ซึ่งการป้องกันโรคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รองลงมาคือ การคัดกรองโรคตั้งแต่โรคยังเป็นในระยะแรกๆ ทำให้การรักษาได้ผลดี

ทั้งนี้ ผลวิจัยต่างๆ ยืนยันว่าการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ถูกส่วนครบหมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ และป้องกันการได้รับสารพิษต่างๆ นั้น จะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจที่คร่าชีวิตมนุษย์อันดับหนึ่งลงได้ถึง 8 เท่า และช่วยลดอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งลงได้ถึง 3 เท่า

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงระดับของสมดุลของฮอร์โมน ซึ่งจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงอายุ 30 - 40 ปีขึ้นไป การที่ระดับสมดุลของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ระดับพลังงานลดลง อัตราการเผาผลาญในร่างกายลดลง ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น ผิวพรรณเริ่มแห้งกร้าน กระดูกบาง ความจำลดลง สมองเสื่อม ภาวะการนอนหลับผิดปกติ หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า ความต้องการทางเพศลดลง

พญ.นุสรา เตชานุกูลชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาเกี่ยวกับความงาม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ในวัย 50 ปีต้น ๆ รังไข่จะหยุดทำงาน หยุดผลิตฮอร์โมน ทำให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เรื่องผิวพรรณ ผิวจะเริ่มเหี่ยว เนื่องด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น แสงแดด ความเครียด ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ทางใบหน้า ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวพรรณเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ หย่อนคล้อย

ผู้สูงวัยสามารถยืดอายุให้ดูอ่อนเยาว์ลงและมีสุขภาพดีจากภายใน ด้วยหลักการง่ายๆ คือ การกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน และอารมณ์ โดยจะต้องเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพ กินให้หลากหลาย กินผักผลไม้หลากสี และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลไขมัน

นอกจากนี้ก็ต้องเริ่มควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย ผู้หญิงไม่ควรเกิน 30% และผู้ชายไม่ควรเกิน 20% ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอหรือเคลื่อนไหวไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเดิน 5,000 – 10,000 ก้าวต่อวัน ส่วนการพักผ่อน ไม่ควรนอนน้อยกว่าวันละ 7 ชั่วโมง การนอนในช่วงเวลา 22.30 น. จะดีกว่านอนหลังเที่ยงคืน เพราะฮอร์โมนที่มีผลต่อการชะลอวัยจะทำงานได้ดีกว่า

“ที่สำคัญควรทำจิตใจให้แจ่มใส อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี พยายามจัดการกับความเครียด หากปฎิบัติได้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ และมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก”