สุขภาพ

วันนี้ที่รอคอย โลกไร้ไขมัน (ทรานส์)

  • 30 พฤษภาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,041
Share on Google+
LINE it!
- +

ความอร่อยของอาหาร ขนมปัง เบเกอรี่ มักทำให้ผู้คนหลงใหลจนเลยเถิด หากก็มีทางเลือกสายสุขภาพให้นะ

เรื่อง : ปอย

เผลอรับประทานมากเกินความต้องการจนน้ำหนักพุ่ง พุงยื่น โดยลืมไปว่า ภัยร้ายที่น่ากลัวกว่านั้นรออยู่เบื้องหน้า

นับว่าเป็นภัยร้าย ที่มาพร้อมกับความสวยหวานอร่อยฟิน ของขนมปัง เบเกอรี่ หรืออาหารที่ใช้เนยขาวและมาการีน ซึ่งมีไขมันทรานส์ (Trans Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายที่สุด อันตรายกว่าไขมันอิ่มตัวถึง 2 เท่า โดยหลายประเทศในโลกกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด จนเสียชีวิตได้

ไม่น่าแปลกที่หลายประเทศเตรียมตัวประกาศกฏหมายห้ามใช้ไขมันทรานส์ในอาหาร โดยประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งในนั้น !!!

เบเกรีเลิฟเวอร์ มาค้นหาคำตอบกัน “ไขมันทรานส์” อันตรายอย่างไร

ในงานเปิดตัวเบเกอรี่ไร้ไขมันทรานส์ ของเทสโก้ โลตัส ภายใต้ชื่องานว่า “Healthy @ Heart ใส่ใจ ให้คนไทยสุขภาพดี” โดยมี สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส แท็คทีมกับ มาลี จิรวงศ์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สง่า ดามาพงษ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอิสระชื่อดังของไทย มาร่วมพูดคุยถึง ไขมันทรานส์  ไขมันที่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ที่คร่าชีวิตคนมาแล้วนับไม่ถ้วน

ไขมันทรานส์  เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว พบได้เล็กน้อยในธรรมชาติ แต่ส่วนมากแล้วเกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของมนุษย์ โดยกระบวนการเติมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Partially Hydrogenated Oils: PHOs) เพื่อเปลี่ยนสภาพของเหลวของน้ำมั้นให้แข็งขึ้น หรือมีสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลว เพื่อให้เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นหืน แต่กลับเป็นดาบสองคมที่สร้างอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างมหันต์

ที่ผ่านมามีการวิจัยพบว่าการบริโภคไขมันทรานส์ส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคในกลุ่ม “NCDs” (Non-communicable diseases) หมายถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการบริโภค และการใช้ชีวิต  เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน

กระแสตื่นตัวเพื่อสร้างความตระหนักรู้จึงเกิดอย่างแพร่หลายในโลกใบนี้รวมถึงเมืองไทย  เนื่องจากพบไขมันทรานส์อยู่ในอาหารที่เราๆ ท่านๆ ชื่นชอบแทบทั้งนั้น  อันดับ 1  มาการีน มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.08 – 15.32 กรัมต่อ100 กรัม  อันดับ 2  โดนัททอด 0.02-5.14 กรัมต่อ100 กรัม อันดับ 3  พาย 0.03 – 4.39 กรัมต่อ100 กรัม   อันดับ 4  พัฟและเพสตรี 0.01 – 2.46 กรัมต่อ100 กรัม  อันดับ 5 เวเฟอร์ช็อกโกแลต 0.06 – 6.24 กรัมต่อ100กรัม
 
ในปี 2566 โลกจะไม่มีไขมันทรานส์ กำลังจะมาถึงแล้ว!!!

สง่า ดามาพงษ์ - สลิลลา สีหพันธ์

 

สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอิสระชื่อดังของไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases – NCD) อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคหวาน มัน เค็ม และไขมัน รวมถึงไขมันทรานส์ จัดเกินไป คร่าชีวิตคนไทยถึง 73% และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้น ต้องฉลาดรู้ที่จะเลือกรับประทาน”

ฉลาดรู้ในการบริโภคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคนดังกล่าวถึงคือ การใช้สูตร 6:6:1  นั่นคือ บริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา น้ำมันไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา และ เกลือไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา นอกจากนั้นยังควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันทรานส์ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าไขมันอิ่มตปกติถึง 2 เท่า

 

องค์การอนามัยโลก WHO  ได้ประกาศรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการใช้ไขมันทรานส์ ภายในปี 2023 (พ.ศ.2566) เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์ ซึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารซึ่งไม่เป็นผลดีกับผู้บริโภค เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงถึงร้อยละ 21และเสียชีวิตร้อยละ 28  ซึ่งถ้ายุติได้จะช่วยชีวิตคนได้ถึง  10 ล้านคนมาลี จิรวงศ์ศรี  ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)  ในฐานะหน่วนงานที่มีการรณรงค์ในเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว กล่าวว่า การกินอาหารที่มีไขมันทรานส์จะก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งคนเราไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันทรานส์เกินร้อยละ 1 ของพลังงาน ซึ่งพลังงานเฉลี่ยที่ควรได้รับอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลรี่ต่อวัน

“สิ่งสำคัญของการบริโภคในทุกวันนี้ คือ เราต้องปรับสมดุลแห่งการกิน ต้องปรับพฤติกรรมอย่ารับประทานเกินสิ่งที่ร่างกายต้องการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการออกมาพัฒนาสินคาเพื่อสุขภาพทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สร้างทางเลือกที่ดีทางด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเร็วๆ นี้น่าจะมีการประกาศใช้กฏหมายห้ามใช้ไขมันทรานส์ในอาหารแล้ว”

สลิลลา สีหพันธุ์  ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส ยังกล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ได้ปรับสูตรเบเกอรี่และขนมปังแบรนด์เทสโก้ทุกรายการให้ปราศจากไขมันทรานส์ โดยยกเลิกการใช้เนยขาวและมาการีนที่มีไขมันทรานส์ แต่ยังคงรสชาติเดิม และไม่ได้ปรับราคาเบเกอรี่หลังเปลี่ยนสูตร ตั้งแต่ต้นปี 2561 นี้ เทสโก้ โลตัส ได้สร้างทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพให้กับผู้บริโภค ด้วยการทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพในหลากหลายหมวดหมู่

ด้วยความตื่นตัวในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ มนุษย์โลกน่าจะได้เห็น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพออกมาสู่ตลาด คนรุ่นใหม่จะหยิบอะไรเข้าปาก วันนี้ก็ต้องตระหนักรู้ให้เท่าทัน เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง