สุขภาพ

ข้อมูลดีๆ ที่คนนอนไม่หลับต้องอ่าน

  • 14 เมษายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,602
Share on Google+
LINE it!
- +

อย่าปล่อยให้อาการนอนไม่หลับมาทำร้ายตัวเอง ถ้ารู้ว่านอนไม่หลับจงหาทางแก้ไขด่วน

เรื่อง : แมงโก้หวาน ภาพ : อีพีเอ 

การนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ไม่เฉพาะในโรคต่างๆ แม้ในคนปกติที่ไม่ได้มีโรคประจาตัวก็สามารถมีอาการนอนไม่หลับได้ อาการคือ นอนหลับได้ยาก หลับแล้วตื่นบ่อย ตื่นแล้วไม่สามารถหลับต่อได้ คุณภาพการนอนไม่ค่อยดี ตื่นนอนตอนเช้าไวกว่าปกติ ซึ่งคนปกติทั่วไปสามารถเกิดอาการนอนไม่หลับขึ้นได้ประมาณ 1-2 คืนต่อสัปดาห์ เกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุพบมากขึ้นในผู้หญิง และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป

นพ.วิญญู ชะนะกุล รอง ผอ.กลุ่มภารกิจบริการจิตเวชและสุขภาพจิต สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือความวิตกกังวล หรือความเครียด และหากมีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรัง นอนไม่หลับนานกว่า 3 เดือน อาจสัมพันธ์กับสภาวะทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช จึงควรรีบปรึกษาแพทย์ การรักษามีทั้งการรักษาสาเหตุที่เกี่ยวข้องโรคทางกาย หรือโรคทางจิตเวชที่ส่งผลให้มีอาการนอนไม่หลับ เช่น การรักษาโรคกรดไหลย้อน การรักษาโรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล การรักษาโดยการปรับความคิดและพฤติกรรม และการรักษาโดยการใช้ยา เช่น การใช้ยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า และยาแก้แพ้ เป็นต้น

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้มีปัญหานอนไม่หลับจะมีปัญหาขาดงานหรือทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงในสัดส่วนที่มากกว่าผู้ที่ไม่มีปัญหาถึง 3 เท่า และการนอนไม่เพียงพอยังทำให้การเรียนรู้ ความจำ และสมาธิในการทำงานต่างๆ ลดลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีปัญหาการนอน นอกจากนี้หากนอนหลับไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ภาวะโรคอ้วน รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะเครียด โรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า

“เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพ ขอแนะนำ 10 เคล็ดลับช่วยให้นอนหลับได้ดี 1.เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน 2. ถ้านอนกลางวันประจำไม่ควรงีบกลางวันเกิน 45 นาที 3.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมงก่อนนอนและงดการสูบบุหรี่ 4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้าอัดลมประเภทต่างๆ และช็อกโกแลต 6 ชั่วโมงก่อนนอน

5.หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก รสเผ็ด หรืออาหารหวานเป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมงก่อนนอน ของว่างเบาๆ สามารถกินก่อนนอนได้ 6.ออกกาลังกายสม่ำเสมอ แต่ หลีกเลี่ยงการออกกาลังกายก่อนนอน 7.ใช้เครื่องนอนที่ทำให้หลับสบาย 8.ห้องนอนควรมีอุณหภูมิที่เหมาะสมและถ่ายเทอากาศ ได้สะดวก 9.หลีกเลี่ยงเสียงรบกวนทั้งหมดและหลีกเลี่ยงแสงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 10.ใช้ห้องนอนเพื่อการนอนและกิจกรรมทางเพศเท่านั้น อย่าใช้เตียงนอนเป็นที่ทำงานหรือการพักผ่อนหย่อนใจ”