สุขภาพ

ทางรอดจากอาการหัวใจวาย

  • 13 มีนาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 4,056
Share on Google+
LINE it!
- +

ในแต่ละปีจะประชากรโลกจำนวน ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจขาดเลือด ความเข้าใจอาการเตือนของโรคอาจจะเป็นหนทางช่วยเหลือได้ทันท่วงที

เรื่อง :  ภาดนุ ภาพ : รอยเตอร์ส

จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ชาย 3.8 ล้านคน และผู้หญิง 3.4 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจขาดเลือด ด้วยเหตุนี้เราทุกคนจึงควรเข้าใจอาการเตือนของภาวะกล้าม เนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับคนใกล้ตัวคุณ โดยสังเกตอาการดังต่อไปนี้ จะได้รีบหาทางช่วยเหลือได้ทันท่วงที

1.แน่นหน้าอก

โดยทั่วไปแล้วการเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันคือ รู้สึกแน่นบริเวณกลางหน้าอกเป็นเวลานานกว่า 2-3 นาที หรือเป็นๆ หายๆ ผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอกจะรู้สึกเหมือนหน้าอกถูกกดทับ ถูกบีบรัด รู้สึกตื้อๆ หรือเจ็บบริเวณหน้าอก

2.รู้สึกไม่สบายที่ส่วนอื่นของร่างกายท่อนบน

อาการไม่สบายนี้ อาจเป็นได้ทั้งอาการเจ็บหรือรู้สึกไม่สบายที่แขนข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง บริเวณหลัง คอ กราม หรือท้อง

3.หายใจสั้น

อาการหายใจสั้นมักเป็นพร้อมกับอาการแน่นหน้าอก หรือบางรายอาจเกิดขึ้นก่อนอาการแน่นหน้าอกก็ได้

4.เหงื่อออกจนตัวเย็น คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะ

หากคิดว่ากำลังมีอาการของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จงอย่ารอช้า เพราะทุกๆ นาทีมีค่า ให้รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลในทันที ขณะที่รอให้เคี้ยวยาแอสไพรินขนาดผู้ใหญ่ (325 มก.) 1 เม็ด แอสไพรินจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 23 หากกินในขณะที่สงสัยว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หลังจากนั้นกินต่อไปอีก 30 วัน ซึ่งในสหรัฐพบว่า การใช้แอสไพรินในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้ถึง 10,000 รายต่อปี

หัวใจอ่อนแอ ไม่ใช่แค่คอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลเป็นโมเลกุลที่ทำให้เกิดการสะสมไขมันในเส้นเลือดแดง แต่การรู้เพียงแค่ค่าระดับคอเลสเตอรอลดูเหมือนจะไม่เพียงพอเสียแล้วในปัจจุบันนี้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยว่า คอเลสเตอรอลเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหัวใจเท่านั้น ตัวชี้วัดใหม่คือปฏิกิริยาการอักเสบ ซึ่งทำให้เส้นเลือดอ่อนแอ เป็นเหตุให้คราบคอเลสเตอรอลหลุดออกแล้วก่อให้เกิดการอุดตัน

ฉะนั้นทุกครั้งที่ตรวจระดับคอเลสเตอรอล ควรตรวจหาระดับ C-Reaction Protein ด้วย ซึ่งควรอยู่ในระดับ 8 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร หรือต่ำกว่า (แต่แพทย์อายุรวัฒน์มักแนะนำให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่านั้น หรืออยู่ในระดับ 4 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร)

นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิง ซึ่งพบว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นในผู้หญิงอาจทำนายถึงการเกิดโรคหัวใจได้ ซึ่งระดับเม็ดเลือดขาวที่สูงกว่าปกติ (โดยปกติแล้วเลือด 1 ลิตร จะมีเม็ดเลือดขาว 6.7 พันล้านเซลล์) อาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ถึง 2 เท่า ซึ่งสอด คล้องกับการสำรวจขององค์การอนามัยโลก ที่พบว่า ปัจจุบันโรคหัวใจขาดเลือดเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญ คนทั่วโลกมีอัตราการป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงนับว่าเป็นการระบาดที่ไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง

ข้อมูล : จากหนังสือ ‘121 วิธีสุขภาพดี ชีวีเกินร้อย’