สุขภาพ

4 เหตุผลที่ควรบอกเลิก “ปิโตรเลียมเจลลี่”

  • 16 มกราคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 74,953
Share on Google+
LINE it!
- +

รู้หรือไม่ว่า “ปิโตรเลียมเจลลี่” ซึ่งเป็นสารเคมีที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ และเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง มีคุณสมบัติบางอย่างที่ควรจะบอกลา

เรื่อง : มีนา ภาพ : AFP

ปิโตรเลียมเจลลี่ หรือที่ในฉลากอาจจะใช้คำอื่นๆ ที่ต่างออกไป เช่น ปิโตรลาทัม, ไวท์ ปิโตรลาทัม, มิเนรัล ออยล์ พาราฟินเหลว หรือ น้ำมันพาราฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ในโลกความงามได้นำเอาปิโตรเลี่ยมเจลลี่มาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางอาจจะไม่ได้ดีสำหรับทุกคน

ผลิตภัณฑ์เบิร์ตส์ บีส์ ที่ผลิตจากขี้ผึ้งธรรมชาติ จึงเชิญ ดร.ณิชา สมันตรัฐ ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่าน American board  ด้าน Naturopathic Medicine หรือการแพทย์ธรรมชาติบำบัด และเป็นผู้ก่อตั้ง NICHE Natural Health ศูนย์ Naturopathic Medicine แห่งแรกของเอเชีย มาให้คำแนะนำและบอก 4 เหตุผลที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปิโตรเลี่ยมเจลลี่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ได้แก่

ดร.ณิชา สมันตรัฐ

 

การปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง Environmental Working Group (EWG) หรือองค์กรที่ดูแลเรื่องสารเคมีในเครื่องสำอาง อาหาร และ สิ่งแวดล้อม ได้จัดอับดับว่า White Petrolatum มีการปนเปื้อนของสารที่ชื่อว่า Polycyclic Aromatic Hydrocarbons (PAHs) ซึ่งสารตัวนี้มีข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพหลายอย่าง ทั้งในยุโรปและอเมริกาจัดให้ PAHs เป็นสารก่อมะเร็ง มีงานวิจัยชี้ถึงการสสม สารพิษในร่างกายทำให้เกิดมีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทรับกลิ่น ระบบหัวใจ ระบบทางเดินอาหารและตับ นอกจากนั้นยังเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

รบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมน ความที่ปิโตรเลียมเจลลี่เป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับเข้ามาแล้ว ร่างกาย ไม่มีกระบวนการนำไปใช้และขับออก จึงเป็นที่มาของการสะสมในร่างกาย เมื่อสะสมนานๆ เข้า อีกระบบหนึ่งที่ได้รับการรบกวนอย่างมากคือระบบฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจน ปิโตรเลียมเจลลี่  ถูกจัดเป็น xenoestrogens เป็นสารที่ทำงานเลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้การผลิตฮอร์โมน ตามธรรมชาติในร่างกายของเราผิดเพี้ยนไป โดยมีงานวิจัยชี้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากปิโตรเลียมทำให้เกิด ระดับเอสโตรเจนในร่างกายสูงผิดปกติ ส่งผลให้มีลูกยาก มีปัญหาเรื่องประจำเดือน เร่งการแก่เร็ว ปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง และเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด

เกิดโรคแทรกซ้อนจากเชื้อรา ด้วยคุณลักษณะของปิโตรเลียมเจลลี่เป็นสารกันน้ำ (Waterproof Barrier) จึงเป็นเสมือนฟิล์มเคลือบผิว ทำให้ผิวหายใจไม่ออก หากใช้ในเครื่องสำอาจะทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย นอกจากนั้นความอุ่นและความชื้นที่ถูกเคลือบไว้ใต้ปิโตรเลียมเจลลี่ กลายเป็นที่เจริญเติบโตชั้นดีของเจ้าเชื้อรา ซึ่งมีงานวิจัยที่ทำในเด็กแรกเกิดที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ให้ผลว่ามีการเกิดความเสี่ยงในการเติบโตของเชื้อราไปถึงอวัยวะภายใน

ส่งผลกระทบต่อปอดในอนาคต นอกเหนือจากเหตุผลด้านบน เหตุผลสุดท้ายนี้ถึงแม้อัตราการเกิดจะน้อยกว่า แต่ไม่ได้น่ากลัวน้อยไปกว่ากันเลย มีการสำรวจพบเคสที่มีปัญหา Lipoid  pneumonia หรือการเกิดการอักเสบในปอดเนื่องมาจากการมีน้ำมันเข้าไปในหลอดลม ซึ่งมีกรณีที่เกิดจากการสูดดมปิโตรเลียมเจลลี่เข้าไป บางคนชอบทาที่จมูก หรือโพรงจมูก เมื่อโดนอุณภูมิร่างกายทำให้ละลาย และสะสมเป็นน้ำมันอยู่ในปอด เกิดเป็นการอักเสบขึ้นมาในที่สุด

ดังนั้นควรแทนปิโตรเลี่ยมเจลลี่ ด้วยธรรมชาติ ดร.ณิชา กล่าวเสริมว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและผิวพรรณ ทั้งอุดมด้วยวิตามินจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่มีสารปนเปื้อน หรือสิ่งตกค้างที่ทำให้ผิวเกิดการอุดตัน ได้แก่ ขี้ผึ้ง ใช้ทดแทนปิโตรเลี่ยมเจลลี่ได้เป็นอย่างดี ช่วยปกป้องผิว และใช้เป็นลิปบาล์มได้ดี เป็นต้น