สุขภาพ

ถั่วแดง แรงด้วยวิตามิน

  • 19 ตุลาคม 2560, 15:00 น. |
  • เปิดอ่าน 10,146
Share on Google+
LINE it!
- +

คุณประโยชน์มากมายจาก ถั่วแเดง ที่คุณอาจไม่รู้

เรื่อง : กั๊ตจัง ภาพ : pixabay

ในบรรดาถั่วที่สามารถนำมาประยุกต์รับประทานกับขนมหวานได้หลากหลายที่สุด เราคงต้องยกให้ถั่วแดงที่มีกลิ่น เนื้อสัมผัสและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ในขณะเดียวกันถั่วแดงให้คุณค่าวิตามินสูงจนแทบไม่น่าเชื่อ ผลการศึกษาวิจัยของ ศ.มาร์ค บริค จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐ ได้ศึกษาวิจัยประโยชน์จากการรับประทานถั่วแดง ระบุว่าถั่วแดงนั้นอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามีนเอ บี ซี และเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของเส้นใยอาหารสูงมาก การที่ถั่วแดงมีวิตามินหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ และระบบประสาท บำรุงลำไส้ บำรุงโลหิต ป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ถั่วแดงยังมีเส้นใยอาหารสูง ช่วยระบบย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยขับถ่ายง่าย การดูดซึมอาหารไปใช้ได้ดี เป็นเหตุผลที่ทำให้ถั่วแดงช่วยเรื่องลดความอ้วน ลดน้ำหนักได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะรับประทานถั่วแดงแทนข้าวได้ อย่าลืมว่าถั่วแดง 100 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 335 แคลอรี ต่อให้เป็นอาหารคลีน แต่กินเยอะเกินไปก็อ้วนได้เหมือนกัน

ประเทศที่เริ่มต้นนำถั่วแดงมาใช้ประกอบอาหารอย่างจริงจัง ก็น่าจะเป็นประเทศจีน ราวศตวรรษที่ 6 ได้นำถั่วแดงมาทำเป็นไส้ซาลาเปา แทนเนื้อสัตว์ ซึ่งเชื่อว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากเทศกาลกินเจ ที่หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ จึงได้หาวัตถุดิบที่ปลูกได้ง่าย ราคาไม่แพง รสชาติดี และให้คุณค่าทางสารอาหารมากก็มีถั่วแดงที่เข้าตามากที่สุด แนวทางเดียวกันนี้ ก็ได้แพร่ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับจีน เช่น ประเทศญี่ปุ่น ที่นำถั่วแดงไปเป็นส่วนผสมหลักของขนมญี่ปุ่นมากมาย เช่น โดรายากิ ไส้ถั่วแดง ขนมอังดังโงะ เป็นต้น และมีปรับปรุงรสชาติโดยการใส่น้ำตาล คิดค้นสูตรขนมใหม่ๆ จากถั่วแดงอีกมากมาย จนอาจจะกล่าวได้ว่าถ้ามีขนมอะไรที่คิดค้นทำขึ้นมาใหม่ ก็จะเอาถั่วแดงไปใส่ เช่น ไอศกรีมชาเขียวใส่ถั่วแดงกวน ทีรามิสุ ใส่ถั่วแดงกวน จนบางทีก็ยากที่จะคิดว่ามีขนมชนิดไหนของชาวญี่ปุ่นที่ไม่รับประทานกับถั่วแดงได้บ้าง

สำหรับประเทศไทย ถั่วแดงถูกนำเข้ามาปลูกเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสภาคเหนือ เมื่อปี 2512 พระองค์ทอดพระเนตรเห็นการปลูกฝิ่นของชาวเขา จึงมีรับสั่งให้หาพืชมาปลูกทดแทนซึ่งมีทั้งเมล็ดกาแฟและเมล็ดพันธุ์อื่นๆ กระทั่ง ม.จ.ภีศเดช รัชนี ซึ่งตามเสด็จได้เสนอว่าควรให้ชาวเขาทดลองปลูกถั่วแดงได้ผลดีมาก และด้วยเมล็ดถั่วชนิดนี้มีสีแดง ขนาดเมล็ดที่ใหญ่ จึงเรียกว่าถั่วแดงหลวง

เนื่องเพราะเป็นพันธุ์พระราชทาน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ถั่วแดงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เพราะว่าต้มให้สุกยาก แต่มีเคล็ดลับในการต้มถั่วแดงให้นิ่ม ก็คือ แช่น้ำค้างคืนไว้ 1 คืน และนำไปต้มในสัดส่วน ถั่วแดง 1 ส่วน ต่อ น้ำ 3 ส่วน จากนั้น นำไปต้มด้วยไฟแรงสุดจนสุกประมาณ 30 นาที ก็จะได้ถั่วแดงนิ่มๆ แสนอร่อย แต่ถ้าอยากจะให้นิ่มจนเละเพื่อนำไปทำเป็นถั่วแดงกวนใส่กับขนมหวาน หรืออาหารคาวก็ต้มต่ออีก 30 นาที ด้วยความยุ่งยาก แบบนี้ส่วนมากจึงเลือกซื้อถั่วแดงต้มสุกแล้ว ในแผนกอาหารสลัดมารับประทานโดยไม่เสียเวลามากกว่า