กินเที่ยว

เที่ยวชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

  • 17 สิงหาคม 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 2,026
Share on Google+
LINE it!
- +

วิถีชีวิต ตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง อาหารการกิน ในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นมนตร์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล

เรื่อง : ไรเฟิลเบิร์ด ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

กรุงเทพฯ ไม่ได้มีดีแค่สตรีทฟู้ด แหล่งชอปปิงทุกวันทั้งคืน แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกหลายย่านด้วยกัน แต่ครั้งนี้จะขอแนะนำให้ไปเพลินอุรากันที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีอัตลักษณ์ของชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา แต่ละแห่งมีประวัติศาสตร์นานนับ 100 ปี

ชุมชนริมน้ำกุฎีจีน (อยู่ฝั่งธนบุรี นั่งเรือข้ามฟากจากท่าราชินีมายังท่าวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร) เป็นชุมชนเก่าแก่ต้นสายของโปรตุเกส มีชาวโปรตุเกสมาพักอาศัยอยู่ราว 17 นามสกุลด้วยกัน จึงทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันถึง 3 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ และอิสลาม มีโบสถ์เก่าแก่ ชื่อโบสถ์ซางตาครูส มีอายุยาวนานกว่า 248 ปี

  

ปิ่นทอง วงษ์สกุล ชาวบ้านในชุมชนกุฎีจีน เล่าถึงสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นในชุมชนมี 5 อย่างด้วยกัน คือ 1.มีห้างสรรพสินค้าห้างแรกของประเทศไทย คือห้างหันแตร ซึ่งเจ้าของก็คือนายฮันเตอร์ 2. ร้ายถ่ายรูปร้านแรกของประเทศไทยที่เกิดขึ้นริมน้ำเจ้าพระยา คือ ร้านถ่ายรูปของฟรานซิสจิต จิตราคนี  3. มีการผ่าตัดครั้งแรกของหมอบรัดเลย์ เพราะตอนนั้นจะมีการสู้รบกันและมีพระภิกษุแขนขาดคุณหมอบรัดเลย์จึงมีการผ่าตัดครั้งแรกเกิดขึ้นที่ชุมชนแห่งนี้ 4. มีโรงพิมพ์แห่งแรกที่คุณพ่อชาวฝรั่งเศสนำแป้นพิมพ์มาจากเขมร 5.มีการแปลพจนานุกรมไทยโปรตุเกสเล่มแรกเพราะชาวโปรตุเกสที่เข้ามาอยู่ที่นี่จะมีอาชีพแปลหนังสือกับทหารรับจ้าง  และที่สำคัญคือบ้านเรือนแถบนี้เมื่อเข้าไปในชุมชนก็จะยังคงความเป็นบ้านเรือนไทยแบบเก่าของรัชกาลที่ 5

 

ชุมชนบางอ้อ (จรัญ 72 )เป็นชุมชนมุสลิมดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า“แขกแพ” ที่อพยพมาจากพระนครศรีอยุธยาโดยทางเรือ หลังสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2 จากนั้นปักหลักค้าขาย จนพัฒนาเป็นตลาดซุง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยนำไม้ล่องแพจากภาคเหนือ แล้วมาขึ้นฝั่งที่นี่ เพื่อลำเลียงนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ที่บางโพต่อไป พร้อมกันนี้ยังก่อเกิดเป็นชุมชน ร้านค้า ที่มีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอาคารทรงโคโลเนียล

ชุมชนบ้านปูน (ใกล้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด) มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานไม่แพ้ชุมชนอื่นๆ มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คำว่า บ้านปูนมาจาก การที่ชุมชนทำปูนแดงที่ใช้ไว้กินกับหมาก ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของชุมชน และนำปูนที่ได้ส่งไปยังวังบางขุนพรหม วังเทเวศร์ และพอสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 การกินปูนกับหมากก็ได้ยุติไป นอกจากนี้ชุมชนยังมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือศาลาโรงธรรม ที่จะใช้ทำบุญทุกวันโกณฑ์และวันพระ ซึ่งตอนนี้ศาลาโรงธรรมแห่งนั้นก็ยังใช้ประโยชน์ในการทำบุญ เดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งศาลาโรงธรรม นับเป็นโรงธรรมแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ เพราะเมื่อครั้งที่ชุมชนบ้านปูนอพยพมานั้น ชุมชนกรุงเทพมหานครยังไม่มีการสร้างวัดใดๆ เลย