กินเที่ยว

เที่ยวเก๋ๆ แบบทรีเดย์ทริปที่เชียงราย

  • 12 มกราคม 2562, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 301
Share on Google+
LINE it!
- +

ในช่วงที่อากาศเย็นๆ แบบนี้ ถ้าได้ขึ้นเหนือไปแอ่วเมืองเจียงฮาย เชื่อว่าหลายคนต้องประทับใจสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Unseen ของที่นี่แน่นอน

เรื่อง : ภาดนุ

ถือเป็นเรื่องดีมากๆ ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมทริปฉลองครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทย กับร้านข้าวแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง ‘โคโค่อิชิบันยะ’ (Coco Ichibanya) ซึ่งปีนี้ได้จัดทริปพาลูกค้าของร้านเหินฟ้าไปสัมผัสกับลมหนาวกันที่ จ.เชียงราย ซึ่งทริปนี้ถือเป็นทริปสุดพิเศษที่จะพาลูกค้าคนสำคัญไปเยี่ยมชมสถานที่สวยๆ ที่ต้องไม่พลาดในเมืองเชียงราย พร้อมทั้งทำกิจกรรมสนุก สนานต่างๆ อีกมากมาย

เริ่มทริปวันแรกด้วยการร่วมถวายสังฆทานที่วัดพระสิงห์ ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเชียงรายกันก่อนเลย วัดนี้เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ หรือพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยในจังหวัดเชียงราย เมื่อก้าวเข้าไปภายในวัดจะพบกับความสวยงามด้วยศิลปะแบบล้านนาทั้งตัวโบสถ์และองค์พระซึ่งขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ถ้าแวะมาก็อย่าลืมกราบขอพรด้วยล่ะ

หลังจากถวายสังฆทานเสร็จก็เดินทางต่อไปยังวัดพระแก้วซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก วัดพระแก้วนี้เคยเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรมาก่อน แต่ปัจจุบันนี้ได้รับการอันเชิญมาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนิ่นนานแล้ว

 

เมื่อชื่นชมความงามของวัดวาอารามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไปกันต่อที่ไร่แม่ฟ้าหลวง ซึ่งอยู่บนดอยแม่ฟ้าหลวงนั่นเอง ที่นี่มีสวนดอกไม้ให้เราได้เยี่ยมชมความงามของพรรณไม้เมืองหนาวนานาชนิด พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมผจญภัยเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมเดินชมธรรมชาติเหนือยอดไม้ด้วยสะพานเชือก หรือจะเล่นกิจกรรมผาดโผนอย่างซิปไลน์ ก็สร้างความหวาดเสียว ตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจให้ผู้ร่วมทริปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

จากนั้นก็เดินทางสู่สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง บนดอยช้างมูบ เพื่อชมความงามของพรรณไม้เมืองหนาวอย่างกุหลาบพันปี และทำกิจกรรมวาดกระเป๋าผ้า ชมพระอาทิตย์ตกดินลับเหลี่ยมดอย พร้อมทั้งดินเนอร์ใต้แสงดาว ณ ยอดดอยช้างมูบท่ามกลางอุณหภูมิ 16 องศาเซลเซียส ที่อาจจะรู้สึกเย็นๆ แต่ทว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากๆ

 

วันที่สอง เราออกเดินทางไปยังโรงเรียนแม่ลาววิทยาคมในช่วงเช้า เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ กิจกรรมนี้เรียกว่าสร้างรอยยิ้มที่สดใสให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังโรงสีทนาเกรน เพื่อชมวิธีการปลูกข้าวญี่ปุ่นและการผลิตข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีของร้านโคโค่อิชิบันยะกันต่อ โดยมีกิจกรรมมากมายที่โรงสีทนาเกรน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทำอาหารจากเชฟใหญ่ที่ส่งตรงจากร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ (Fuji Restaurant) ต่อด้วยการเยี่ยมชมและดูขั้นตอนการผลิตข้าวญี่ปุ่น ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงการบรรจุถุง ชมพิธีการทำขวัญข้าวซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณเพื่อขอบคุณพระแม่โพสพ พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ของวันคือ การปลูกข้าวในพื้นที่แปลงนาของโรงสีทนาเกรน

 

เมื่อแดดร่มลมตกเราก็เดินทางสู่วัดร่องขุ่น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเชียงรายเพื่อชมความสวยงามและถ่ายภาพลงโซเชียล มีเดีย กันอย่างเพลิดเพลิน จนพระอาทิตย์เริ่มตกดินก็เดินทางสู่โรงแรมที่พักเพื่อดินเนอร์ขันโตกในบรรยากาศของค่ำคืนที่อากาศเย็นๆ ริมแม่น้ำกก โอ้โห! ฟินมาก

วันที่สาม หลังจากกินอาหารเช้าเรียบร้อย เราก็เดินทางไปยังวัดห้วยปลากั้ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สวยงามในเชียงรายที่นักท่องเที่ยวต้องแวะชม ที่นี่นอกจากมีโบสถ์สวยงามสีขาวที่งามวิจิตรยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สูงเทียบเท่ากับตึกหลายชั้นให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟต์ไปชมความวิจิตรภายในองค์เจ้าแม่กวนอิมและชมวิวจากจุดที่สูงที่สุดได้อีกด้วย

 

ก่อนกลับกรุงเทพฯ ก็แวะซื้อของฝากและช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของเชียงรายกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็แวะไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นมื้อกลางวันกันที่ร้านฟูจิสาขาเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงราย ซึ่งได้รับการต้อนรับจาก ราศี ทานาก้า ผู้บริหารอย่างอบอุ่น ก่อนจะเดินทางไปสนามบินเชียงรายเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ พร้อมกับความทรงจำที่แสนประทับใจของการมาทรีเดย์ทริปเชียงรายกับโคโค่อิชิบันยะในครั้งนี้

เอาละ ชาว 40 พลัสคนไหนจะพาครอบครัวหรือชวนเพื่อนๆ ไปท่องเที่ยวตามรอยสถานที่สวยๆ แบบ 3 เดย์ทริปครั้งนี้ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใดนะ