กินเที่ยว

พาหัวใจไปปีนภูเขาไฟฟูจิ

  • 9 ตุลาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,140
Share on Google+
LINE it!
- +

สัมผัสความสวยงามบนปากปล่อง Top of Mr. Fuji

เรียบเรียง : ไรเฟิลเบิร์ด

กว่าจะหาเวลาว่างจากงานที่รัดตัวเรียกว่าแทบ 24 ชั่วโมง เพราะหน้าที่เป็นผู้จัดการศิลปินนักแสดงหลายคน ไหนจะงานที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ เมื่อมีเวลา “ปลาบู่-รัศมี พัดเปรม” เลือกท่องเที่ยวตามแพลน และทริปที่อยู่ในใจเสมอว่าต้องไปให้ได้ ก็คือ ทริปผจญภัยไต่ระดับไปพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น จุดหมายอยู่ที่ความสูง 3,776 เมตร Top of Mr. Fuji เธอตั้งใจจะไปสัมผัสฟูจิซังอย่างใกล้ชิดที่ปากปล่อง ซึ่งในแต่ละปีจะเปิดในนักปีนเขา นักท่องเที่ยว เดินขึ้นได้ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เป็นช่วงหน้าร้อนที่ไม่มีหิมะปกคุมบนฟูจิ แต่ก็มีบางช่วงที่หิมะปกคุมแต่สามารถปีนได้ ต้องเป็นนักปีนเขามืออาชีพและติดต่อกับเจ้าหน้าโดยตรง

“เดินทางถึงสนามบินนาริตะต่อรถไฟตรงไปคารากุจิโกะ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ชานเมืองโตเกียวไปเพลินๆ จนถึงสถานีคารากุจิโกะ บ่ายแก่ๆ พักเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมรอยัลโฮเต็ล คาวากุจิโกะ เป็นโรงแรมที่น่ารักแบบเรียวกัง มีบ่อออนเซนทั้งในร่มและกลางแจ้งดีต่อร่างกายที่อ่อนล้าจากการเดินทางมาทั้งวันมาก หลังจากมื้อเย็น ก็จัดระเบียบเตรียมตัว หาข้อมูลสำหรับการเดินฟูจิมีอยู่มากมายในกูเกิ้ล แต่อย่างหนึ่งที่ยึด คือ สัญชาตญาณของตัวเอง ร่างกาย จิตใจ อุปกรณ์ จัดแยกกระเป๋าเป้ ออกเป็น 2 ใบ แยกกันสะพาย ในกระเป้ มีอุปกรณ์ เสื้อกันลม เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก ไม้ค้ำ ถุงกันดินหิน ถุงพาสติก ไฟฉายแบบติดหัว รองเท้าที่เหมาะกับการเดินเขา อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการสื่อสารต่างๆ เพราะบนฟูจิมี 4จี

ทางขึ้นฟูจิมีให้เลือกถึง 4 เส้นทาง แต่ที่นิยมกันน่าจะเป็นเส้นทางโยชิดะเทล (Yoshida Trail) เหมาะสำหรับนักปีนเขาสมัครเล่น เดินง่ายและเป็นเส้นทางที่เลือกไว้ เราเริ่มเดินกันตอน 13.00 น. คือ สเตชั่นที่ 5 ตามแผนคือเดินไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดฟูจิพอดี ระยะทางช่วงแรกเดินง่าย สบาย ดินเป็นกรวดหินภูเขาไฟ มีธรรมชาติป่าสวยงามพร้อมวิวที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ ของทะเลสาบคาวากุจิโกะ และทะเลสาปยามานากะ มีปีนเขาทั้งชาวต่างชาติแถบยุโรป คนจีน คนไทย อินโด มาเล และชาวญี่ปุ่น ก็พาลูกหลานมาเดินกันจำนวนเยอะ คงเป็นหนึ่งในความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ต้องพาลูกหลานมาเดินภูเขาไฟแห่งเทพเจ้าครั้งหนึ่งในชีวิต ระหว่างทางสะอาดไร้ขยะแม้จะไม่มีถังขยะ ขยะจากขวดน้ำหรืออาหารที่พกไปเราต้องเก็บใส่ถุงละพกกลับไปทิ้งหลังจากลงจากฟูจิเอง แต่จะมีจุดพักและห้องน้ำให้เป็นระยะๆ ซึ่งก็ตามสภาพไม่ถึงกับเลวร้ายมากนัก

 

เดินถึงสเตชั่น 7 เริ่มมีร้านค้า และโรงแรมที่พัก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า ทางเริ่มชัน ไม้ค้ำอุปกรณ์ที่พกมามีประโยชน์มาก ฝรั่งส่วนใหญ่จะซื้อไม้ค้ำที่เป็นไม้ เพื่อแสตมป์ตราแต่ละสเตชั่นเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก็เท่ไปอีกแบบ อากาศเย็นลงเรื่อยๆ เดินไปพร้อมๆ กับพระอาทิตย์เริ่มลาขอบฟ้า มันสวยจนบรรยายไม่ถูกจริงๆ แต่ละเมตรช่างยาวนานมาก ณ จุดนั้น เลยกำหนดขีดจำกัดของตัวเองว่า จะเดินไปทีละ 20 ก้าว และนั่งพักหายใจ และเดินต่อทีละ 20 ก้าว ช่วงไหนรู้สึกหายใจไม่สะดวกก็ควักออกซิเจนกระป๋องออกมาใช้บริการ กว่าจะถึงสเตชั่น 8 ใช้เวลานานมาก ทางชันบางช่วงต้องปีนไต่ก้อนหินขึ้นไป ลมที่แรงจัด ก็ทำร้ายสปีดการเดินจนต้องเปลี่ยนแผน

 

เราเช็คอินเข้าพักโรงแรมที่สเตชั่น 8.5 ตอนเวลา 22.00 น.โชคดีมากที่ยังมีที่พักว่าง สภาพไม่ใช่โรงแรม 5 ดาวแน่นอน เหมือนกระท่อมกลางป่า หรือโรงนา แบ่งซอยจัดวางที่นอนเรียงๆกัน ต้องปีนขึ้นแล้วคลานๆ เข้าไปนอน เหมือนห้องใต้หลังคา ได้พักอุ่นร่างกาย 3 ชั่วโมงกว่าๆ เริ่มเดินตี 2 อีกไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงยอดฟูจิซังแต่ใช้เวลาเดินนานมาก ไม่ทันชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดฟูจิ ได้ชื่นชมแสงแรกที่สเตชั่น 9.5 ก็สวยงามมากๆ ถึงจุดหมาย Top of Mr. Fuji ตอนเวลา 9 โมงเช้า ตรงเสาโทริอิ จุดแลนมาร์คแรกบนยอด เราเดินไปสำรวจปากปล่อง ยังมีหิมะที่กลายเป็นน้ำแข็งเกาะติดตามขอบปากปล่องอยู่เป็นระยะแต่ไม่มาก นั่งชื่นชมความสวยแบบ 360 องศาบนฟูจิ ท้องฟ้าแจ่มใสมาก เมฆลอยอยู่ระดับเดียวกับตัวเรา ขาลงไม้ค้ำมีความสำคัญและช่วยชีวิตเราได้เยอะมาก เพราะทางเป็นทางสไลด์และชัน บางจุดเท้าจมหายไปในดินกรวดภูเขาไฟเลย สนุกสนานเหมือนเล่นสกีภูเขา ทางลงจะลงได้ 2 เส้นทาง เราตัดสินใจลงเส้นทางที่ใกล้และใช้เวลาน้อยที่สุด เจอช่วงเทลที่ทำเอาร้าวร้านพอสมควร เพราะขากับเท้าที่ล้ามาจากช่วงสกีภูเขาแล้ว ก็ต้องค่อยๆ ก้าวย่อก้าวย่อไปเรื่อยๆ ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ถึงสเตชั่น 5 มีศาลเจ้าตั้งอยู่หมอกเริ่มลงหนาสวยมาก

ใช้เวลากับฟูจิทั้งเดินขึ้น พัก และเดินลง 26 ชั่วโมงโดยประมาณ ผิดแผนผิดเวลาที่แพลนไว้พอสมควร ด้วยสภาพอากาศ ร่างกายความฟิตที่ไม่เพียงพอของตัวเอง การเดินทางครั้งนี้นอกจากเป้าหมายพิชิตภูเขาไฟฟูจิ แล้วยังได้พิชิตใจ และ ร่างกายตัวเองที่อึดและแข็งแรงเพียงพอ เป็นการสะสมภูเขาไฟลูกที่ 4 ที่เดินมาแล้วในชีวิตนี้ มีคนบอกว่าเป็นการเดินทางสะสมแต้มที่ควาสสิคมาก”