กินเที่ยว

เที่ยววิถีไทยอีสานแบบดั้งเดิมที่ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต”

  • 29 มิถุนายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,086
Share on Google+
LINE it!
- +

ร่วมเรียนรู้ชีวิตชาวบ้านในอดีตผ่านเรือนไม้อีสานในสไตล์ร่วมสมัย ณ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของบึงกาฬ

เรื่อง : พุสดี

ต้อนรับ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ด้วยแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในจังหวัดที่ 77 ของไทย “พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต” ณ หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต. หนองพันทา อ. โซ่พิสัย จ. บึงกาฬ ผลงานจากความตั้งใจของครอบครัวขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ

ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ

 

“บ้านเรือนไทยหลังนี้เราอยู่กันมาหลายเจเนอเรชั่น จนล่าสุดลูกๆ หลานๆ แยกย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ จึงตัดสินใจนำบ้านเรือนไทยอีสานหลังนี้มาปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของครอบครัวอีสานสมัยก่อนผ่านข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักสาน เครื่องครัว เสื้อผ้า ที่แต่ละชิ้นเป็นของดั้งเดิมที่ผ่านการใช้งานจริงและถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี ตามมุมห้องตกแต่งด้วยผ้าซิ่นไหมของบรรพบุรุษ ตกแต่งจัดวางในสไตล์ร่วมสมัย สำหรับที่มาของการตั้งชื่อ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต”นั้น เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คุณพ่อยังพักอาศัยอยู่ชั้นล่าง แต่ชั้นบนปรับเป็นพิพิธภัณฑ์”

บนพื้นที่ 3 ไร่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต เรือนไม้อีสานเก่าแก่ อายุกว่า 60 ปี ที่นับวันจะหายไปตามกาลเวลา แต่พิพิธภัณฑ์นี้ได้รับการปรับปรุงโดยนำดีไซน์ที่อิงธรรมชาติเข้ามาใช้ แต่ละห้องประดับประดาด้วยภาพขาวดำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนชาวอีสานและชาวไทยทั้งปวง

อีกฝั่งของบ้าน คือ ครัวอีสานแบบสมัยก่อน ที่ปัจจุบันมักจะหลงเหลืออยู่น้อย ครัวที่นี่เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์เหมือนครัวที่ใช้จริงเมื่อ 60 ปีก่อนทุกประการ มีข้าวของในครัวที่เคยใช้งานจริงจัดแสดงให้ดู ส่วนอีกฟากด้านหลังของห้องครัวได้ปรับเป็นมุมรับแขกโทนสีขาวเขียวและน้ำตาล ฉากแผ่นไม้สีน้ำตาลที่ผ่านการใช้งานมานาน ตัดกับสีเขียวของข้าวของที่ตกแต่งสมัยใหม่ เป็นการผสมผสานที่แตกต่างแต่ลงตัว ในตัวบ้านสมัยก่อน จะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นประจำมีชาวบ้านมาร่วมวงด้วย พอจบพิธีก็ทานข้าวด้วยกันตามวิถีชีวิตคนอีสาน

 

นอกจากนี้ยังมีลานอเนกประสงค์ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนในท้องถิ่นนำอาชีพเสริม เช่น งานจักสาน งานผ้าทอ งานหัตถกรรม มาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมชม พร้อมเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ มาช่วยกันวาดภาพระบายสีตามจินตนาการ โดยผลงานภาพวาดเหล่านี้นำมาแขวนประดับตกแต่งให้นักท่องเที่ยวได้ชม รวมถึงเปิดเวทีให้ศิลปิน นักออกแบบ และนักศึกษาได้มาแลกเปลี่ยนผลงาน เป็นวิทยากรแนะนำการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยดีไซน์จากอาชีพของชุมชน

 

ถัดมา คือ ตลาดชุมชนพอเพียง ตั้งอยู่ในสวนยางพาราฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ ประดับด้วยโคมไฟสุ่มไก่ รายล้อมด้วยต้นยางพารา จุดเด่นของตลาดคือ ภาพวาดศิลปะบนกำแพงสังกะสีผืนยาวที่นำเสนอเรื่องราวของวิถีผู้คนในชุมชนอีสาน สร้างสรรค์โดยศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นภาพของเด็กๆ ในหลายๆ อิริยาบถ ทุกเสาร์จะมีตลาดชุมชนพอเพียง จำหน่ายอาหาร และพืชผลทางการเกษตรจากฝีมือชาวบ้าน

จากตลาดเดินทองน่องไปยังลานแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย นำจักรยานเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาทาสีม่วง สีประจำจังหวัด, สีเขียว สีประจำพิพิธภัณฑ์ ประดับธงแขวนที่ดัดแปลงจากผ้าขาวม้า ติดบนไม้ไผ่แบบในวัดอีสานที่คุ้นตากันเวลามีงานบุญ และปลูกไม้ดอกให้คนมาเที่ยว พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก

ดื่มด่ำกับวิถีชาวบ้านแล้ว ยังไปทำบุญได้ต่อที่วัดโพธิ์ศรีมงคล ห่างจากพิพิธภัณฑ์เพียง 20 เมตร มีพระจำพรรษาอยู่เพียง 5 รูปเท่านั้น ภายในมีศาลาอเนกประสงค์ไว้ทำกิจของสงฆ์ และกุฏิร้าง ที่ได้ให้บูรณะซ่อมแซมเพื่อเผยแพร่พุทธหัตถศิลป์อีสาน ให้นักท่องเที่ยวมาชมศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของผู้คนอีสานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

สนใจเข้าชม พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬได้ฟรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ได้ฟรี สามารถเดินทางโดยเครื่องบิน จากสนามบินอุดรธานี แล้วต่อรถอีกประมาณ 130 กิโลเมตร หรือ นั่งรถไฟจาก กรุงเทพฯ ลงที่ จ. หนองคาย แล้วต่อรถอีกประมาณ 80 กิโลเมตร