กินเที่ยว

คู่มือขับออฟโรด พิชิตทุกสภาพเส้นทางสุดหฤโหด

  • 13 กุมภาพันธ์ 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 550
Share on Google+
LINE it!
- +

ใครที่อยากมองหารสชาติใหม่ของการเดินทาง อย่ามองข้าม การขับออฟโรด ผจญภัยในเส้นทางแปลกใหม่

เรื่อง : พุสดี

การขับขี่แบบออฟโรดในช่วงสุดสัปดาห์ คือ กิจกรรมยามว่างแสนสนุกสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความจำเจในชีวิตประจำวัน และออกไปสัมผัสการเดินทางบนท้องถนนที่ไม่ค่อยมีรถสัญจรในช่วงสุดสัปดาห์ดูบ้าง อาจได้รสชาติชีวิตในอีกแบบ ริชาร์ด วูลลี่ หัวหน้าฝ่ายคุณสมบัติยานยนต์แบบบูรณาการ ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก คือ อีกหนึ่งนักเดินทางที่มักออกไปตะลุยสภาพพื้นผิวแบบออฟโรดเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นทางที่เป็นหิน โคลนลึก และเขาสูงชัน ในฐานะช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ เขามีเคล็ดลับดีๆ มาแบ่งปันผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการพิชิตเส้นทางหฤโหดแบบไม่สะดุด

1.เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเดินทางออกนอกเมืองไปลุยเส้นทางออฟโรด ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า รถของคุณมีน้ำมันเต็มถัง  มีแผนที่หรือจีพีเอสติดรถที่สามารถช่วยวางแผนเส้นทางล่วงหน้าได้ และถ้าเป็นไปได้ควรหาความรู้พื้นฐานติดตัวไว้บ้าง เช่น วิธีติดตั้งสายลากรถกรณีรถติดหล่ม รู้ว่าทางเข้าของช่องอากาศอยู่ตรงไหน และความสูงจากพื้นรถอยู่ที่เท่าไหร่ และทางที่ดีควรมีเพื่อนร่วมทางไปด้วย

2.หาเพื่อนร่วมงาน การขับออฟโรดที่ดีที่สุดคือการมีเพื่อนนั่งไปด้วย อย่าพยายามออกเดินทางเพียงลำพัง เพราะคุณอาจพบเจอกรณีที่รถใช้งานไม่ได้ หรือน้ำมันหมด และคุณควรบอกให้เพื่อนหรือครอบครัวทราบด้วยว่า คุณจะขับออกนอกเมืองไปในเส้นทางไหน

3.คิดให้ดีก่อนตะลุยบ่อโคลน เส้นทางที่เต็มไปด้วยโคลนนับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะถนนจะค่อยๆ ลื่นขึ้น จากร่องถนนที่เกิดขึ้นจากการสัญจรของรถและฝนที่ตกลงมาขังอยู่ในนั้น ทางที่ดีต้องมั่นใจว่า รถของคุณมีระบบการตั้งค่าสภาพพื้นผิวอัจฉริยะเพื่อพิชิตทุกสภาพเส้นทาง (Terrain Management) รองรับ เพราะ เมื่อเจอโคลน โหมดสภาพพื้นผิวโคลนจะทำให้รอบการหมุนของเครื่องยนต์ต่อนาทีอยู่ในระดับต่ำเพื่อให้ควบคุมรถง่ายขึ้น ส่วนระบบป้องกันล้อล็อค ABS ก็จะทำงานควบคู่กับระบบควบคุมแรงบิด เพื่อลดการลื่นไถลของรถ

4.ฝ่าถนนหินขรุขระ เส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ต้องควบคุมความเร็วรถให้ช้าและคงที่ และเลือกใช้โหมดหินจากระบบ Terrain Management โดยขณะอยู่ในโหมดหิน ให้ใช้เกียร์หนึ่งในแบบอัตราทดต่ำ (4x4 Low) เพื่อรักษาการหมุนของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแรงบิดของเครื่องยนต์ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกในกรณีที่คุณขับรถเหยียบสิ่งกีดขวาง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวลมากขึ้น

5.พิชิตเขาสูง เวลาขึ้นเขาสูงชัน แล้วไม่แน่ใจว่าควรจะใช้เส้นทางไหนดี ถ้าดูแล้วสามารถลงมาสำรวจเส้นทางก่อนได้ แนะนำให้ลงมาสำรวจก่อน จากนั้นตั้งค่าระบบเกียร์แบบอัตราทดต่ำ (4x4 Low) จะทำให้รถสามารถคงรอบและแรงบิดของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วค่อยๆ ขับปีนเขาขึ้นไป โดยไม่เสียกำลังเครื่องมากจนเกินไป หากต้องการหยุดหรือจอดรถบนทางลาดชัน ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) จะช่วยให้สามารถหยุดรถเพื่อประเมินเส้นทางอีกครั้งได้ และเมื่อคุณยกเท้าออกจากเบรก ระบบจะช่วยให้รถยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมได้อีก 2-3 วินาที ก่อนที่รถจะออกตัว

6.ตะลุยเส้นทางทั้งลื่นทั้งชัน ในขณะขับรถลงเขา คุณต้องระมัดระวังไม่ไปล็อคล้อและกลายเป็นว่าลื่นลงเขาแบบควบคุมรถไม่อยู่ แนะนำให้ใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) จะช่วยเสริมแรงเบรก ทำให้คุณขับลงเขาที่ระดับความเร็วต่อเนื่อง เพียงควบคุมพวงมาลัย หากเป็นไปได้ คุณควรเดินลงเขามาดูก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่ด้านล่าง แล้วจึงค่อยเลือกว่าจะขับเส้นทางไหนลงจากภูเขาดี

7.พื้นทรายไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ด้วยสภาพพื้นผิวจะทำให้กำลังเครื่องจะลดลง การพยายามเร่งเครื่องให้แรงขึ้นมีแต่จะทำให้รถคุณจมลงร่องทราย แต่การขับช้าเกินไปก็อาจทำให้คุณขับไม่ไป เพราะฉะนั้นต้องรักษาสมดุลของโมเมนตัมให้คงที่ พยายามชะลอรถก่อนจอด แทนการเหยียบเบรก เพราะจะทำให้ล้อไม่จมลงทรายมากนัก และสามารถออกตัวได้ง่ายขึ้นอาจใช้โหมดพื้นทรายในระบบ Terrain Management จะช่วยเพิ่มแรงบิดของเครื่องยนต์และการตอบสนองของตัวเร่งร่วมกัน เพื่อรักษาโมเมนตัมจำเป็นให้ขับผ่านพื้นทรายไปได้

8.ปัดกวาดเช็ดถู หลังจากออกไปขับรถอย่างสนุกสนานมาแล้ว ถึงเวลาตรวจสอบดูว่ามีสิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายกับรถของคุณหรือไม่