กินเที่ยว

แค่ใช้โทรศัพท์เป็น รูปทริปนี้ยอดไลค์กระหน่ำ

  • 12 กันยายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 341
Share on Google+
LINE it!
- +

รุ่นใหญ่ ก็ไม่จำเป็นต้องแบกกล้องโปรตัวใหญ่ๆ ไปเที่ยวให้หนักพะรุงพะรังกระเป๋า ยุคของสมาร์ทโฟนเสมือนอวัยวะที่ 33 พกไปแค่นี้ก็พอ ยิ่งใครรู้เทคนิคเจ๋งๆ ภาพทริปนี้ได้คะแนน 10 10 10 ชัวร์

เรื่อง : ปอย

มิวเซียมสยาม จัดเวิร์คช็อป “เทคนิคถ่ายภาพแนวสตรีท” ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมจากนิทรรศการ “ไทยทำ...ทำทำไม”  แนะการถ่ายภาพให้ออกมาสวยปัง ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องผ่านแอปพลิเคชั่นหรือผ่านฟิลเตอร์ โดยมีภัณฑารักษ์รับเชิญผู้ร่วมออกแบบนิทรรศการนี้ กนต์ธร เตโชฬาร  สิริมา ไชยปรีชาวิทย์” ช่างภาพสตรีท แบ่งปันประสบการณ์เอาใจสายรักโซเชียล

 

การปรับแสงก่อนกดชัตเตอร์
เทคนิกข้อแรกที่สำคัญมาก ขณะถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เลือกโฟกัสวัตถุและปรับแสงได้ โดยกดที่ตำแหน่งส่วนที่ต้องการโฟกัส แล้วลากขึ้นลงเพื่อปรับแสง แต่เคยไหม ...? เลือกมุม จัดแสงจัดโฟกัสเสียดิบดี ฝากเพื่อนฝากแฟนถ่ายภาพให้ กลับออกมาไม่ได้แบบที่ตั้งเอาไว้ นั่นก็เพราะขณะส่งมือถือให้คนอื่นนั้น เกิดการขยับเขยื้อนจนทำให้แสง โฟกัสนั้นเพี้ยนไป

แต่ไม่ต้องห่วง... สมาร์ทโฟนมีคำสั่ง AE/AF Lock ล็อคแสง ล็อคโฟกัสไว้ ไม่ให้เปลี่ยนแปลงเมื่อขยับมือถือ  กดโฟกัสหน้าจอค้างไว้ 1-2 วินาที จนมีตัวอักษรแจ้ง AE/AF Lock เท่านี้มือถือก็จะจดจำค่าแสงที่ตั้งไว้ และไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะเปลี่ยนมือคนถ่าย กี่ครั้งก็ตาม

อีกหนึ่งเรื่องที่นักเที่ยวพกสมาร์ทโฟนต้องรู้ ในกรณีมีความต่างของแสงภายในภาพมาก วิธีการเลือกจุดสำหรับวัดแสง คือ การเลือกเก็บรายละเอียดในส่วนของโซนสว่าง หรือมืด ถ้าคุณเลือกเก็บรายละเอียดในโซนสว่างก็ให้เลือกกดในบริเวณที่สว่างที่สุดภายในภาพ และปรับชดเชยแสงลงเล็กน้อย ก็จะสามารถควบคุมพื้นที่บริเวณที่สว่างภายในภาพได้ ทั้งยังคงได้รายละเอียดเพิ่มเติมมาในส่วนของโทนมืด

ยิ่งไปกว่านั้น มือถือสมาร์ทโฟน ยังมีคำสั่งอัจฉริยะอย่าง HDR (High Dynamic Range) เป็นตัวช่วยสำหรับการถ่ายภาพในจุดที่มีความสว่างต่างกันมากในภาพเดียว โดยคำสั่งดังกล่าว จะทำให้การถ่ายภาพ 1 ภาพ ออกมา 3 ภาพ ในช่วงที่แสงต่างกันคือ ช่วงแสงที่มืดที่สุด ช่วงแสงที่ปรากฏบนหน้าจอขณะถ่ายภาพ และช่วงแสงที่สว่างที่สุด แล้วประมวลผลนำมารวมกันในภาพเดียว ดังนั้นภาพที่ออกมา จะมีความคมชัดของรายละเอียดสูง ทั้งในบริเวณที่มืดและบริเวณสว่าง

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในกรณีที่ภายในภาพมีคู่สีที่ตัดกันมาก แล้วเราอยากให้ภาพสามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งสองส่วน เช่น ภาพถ่าย Portrait กับผนังสีขาวล้วน เป็นต้น

Composition การจัดองค์ประกอบภาพ

 

รูปแบบคอมโพซิชันที่ทุกคนควรรู้คือ กฎสามส่วน (Rule of Thirds) แบ่งพื้นที่ภายในภาพออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน ทั้งในแนวนอนและแนวดิ่ง เกิดเป็นตารางตัดกัน 9 ช่อง เทคนิคง่ายๆ จากตารางดังกล่าวคือ การนำวัตถุเด่นของภาพ วางไว้ในบริเวณจุดตัดของตาราง ก็จะสามารถดึงจุดเด่นของวัตถุออกมาได้มากกว่าการวางไว้บริเวณกึ่งกลางภาพ

ระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มือถือ มีฟังก์ชันรองรับคอมโพซิชันดังกล่าว คือ คำสั่งตาราง (Grid) โดยสามารถเปิด/ปิดฟังก์ชันดังกล่าวได้ในการตั้งค่ากล้องโทรศัพท์ เพื่อเป็นตัวช่วยในการจัดคอมโพซิชันสำหรับผู้เริ่มต้นถ่ายภาพ

 

Creativity ความคิดสร้างสรรค์
ลองวาดภาพในหัวสำหรับภาพถ่ายที่เราอยากได้ไว้ก่อน ก็เป็นอีกเรื่องไม่ควรมองข้าม หากเราตอบตัวเองได้ว่า เราอยากได้ภาพถ่ายออกมาในรูปแบบไหน เพื่อสื่อสารอะไร จะทำให้ภาพถ่ายสามารถสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้ตรงกับความต้องการของเราได้เช่นเดียวกัน ดังที่ อนาอิส นิน นักประพันธ์ชื่อดังลูกครึ่งอเมริกัน-คิวบา เคยกล่าวไว้ว่า เราไม่ได้มองเห็นสิ่งต่างๆ ในแบบที่มันเป็น แต่เรามองเห็นสิ่งเหล่านั้น ในแบบที่เราคิดว่ามันควรจะเป็น

ใครอยากเวิร์คช็อปดีๆ กดติดตามเฟสบุ๊คแฟนเพจของมิวเซียมสยามกันได้ที่ facebook.com/museumsiamfan