ธรรมะ-จิตใจ

สตินำพา "ณัชร สยามวาลา"

  • 21 เมษายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 348
Share on Google+
LINE it!
- +

การก้าวข้ามความกลัวของผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญสติ "ณัชร สยามวาลา" ที่ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า "ตน"

เรื่อง : กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

ดร. ณัชร สยามวาลา ผู้สนใจบทบาทของการเจริญสติที่มีต่อการพัฒนาตนเอง ปัจจุบันเขาเป็นนักเขียน นักแปล และอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เคยเป็นวิทยากรที่มูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ เข้าคอร์สการเจริญสติตามแนวสติปัฏฐาน 4 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 8 วัน ซึ่งเคยทำมาแล้ว 62 ครั้ง
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2560 ดร. ณัชรถูกเชิญให้เป็น 1 ใน 14 คนขึ้นพูดบนเวทีทอล์กโชว์ “เป็ดเปลี่ยนโลก” โดยเขาได้ถอดบทเรียนของการพูดครั้งนั้นไว้อย่างน่าสนใจในเว็บไซต์ www.doctor-nash.com

“ในที่สุดจึงคิดได้ว่า เราจะพูดอย่างจริงใจในแนวพุทธนี่แหละ คือ จะพูดด้วยความรู้สึกว่าตนเองเป็น “ผู้ให้” โดยไม่หวังอะไรตอบแทน เราจะมอบความรู้และประสบการณ์เท่าที่เราพอมีให้เป็นวิทยาทานและธรรมทานแด่ท่านผู้ฟังทุกคน เมื่อตั้งใจว่าเราจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้เท่านั้นโดยไม่คาดหวังผล จิตใจก็ปลอดโปร่งขึ้นอีกมาก” ดร. ณัชรบันทึกไว้

“ไม่ว่าจะเตรียมตัวมามากเพียงใดและไม่ว่าจะพยายามเจริญสติเพียงใด ยิ่งใกล้เวลาจริงก็ยิ่งตื่นเต้น ได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นดังโครมๆ  รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จนกระทั่งวินาทีเกือบจะสุดท้าย ทีมงานเชิญผู้พูดทั้งหลายเข้าไปเตรียมตัวรอขึ้นพูด  ผู้เขียนก็ยังตื่นเต้นอย่างหนัก พวกเราถูกจัดให้ขึ้นไปรออยู่บนแถวที่นั่งด้านหลังสุดของโรงภาพยนตร์ ซึ่งมองลงมาเห็นเวทีและท่านผู้ชมทั้งหมด…

ตอนนั้นยิ่งพยายามท่องมากแค่ไหน ความกังวลก็ทำให้ลืมพระราชดำรัสอยู่ตลอด ถ้าจำช่วงแรกได้ ก็จะลืมช่วงหลัง บางครั้งก็ลืมช่วงกลางๆ เพิ่งจะเข้าใจตอนนั้นด้วยตนเองว่าอาการจริงของการสูญเสียความจำระยะสั้น (short-term memory loss) มันหนักหนาสาหัสอย่างไร จะว่าไปแล้วมันก็คือธรรมะจากบทสวดทำวัตรเช้าที่ขึ้นมาแสดงตัวว่า “สัญญา อนิจจา” หรือ ความจำได้หมายรู้นั้นไม่เที่ยง นั่นเอง แต่จะต้องขึ้นพูดต่อหน้าคนจำนวนมากในอีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว จะทำอย่างไรดีในเมื่อจำอะไรไม่ได้เลย”

นอกจากนี้ ดร. ณัชรได้ใช้โอกาสบนเวทีเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยการยกกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ พร้อมกันนั้นในขณะที่กำลังพูดอยู่บนเวที เขาได้บันทึกความรู้สึกไว้ส่วนหนึ่งว่า

“ร่างกายผู้เขียนสัมผัสได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทในวันนั้น ทรงพระราชทานหลักการทำงานว่า “…การใช้วิชาการ จะต้องใช้ด้วยความสุจริตบริสุทธิ์ใจและความสุขุมรอบคอบ เพื่อประโยชน์สร้างสรรค์อย่างแท้จริง…” ทรงพระราชทานพรว่า  “…ขออวยพรให้บัณฑิตใหม่เข้มแข็งสมบูรณ์ด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิดสติปัญญา…” ผู้เขียนได้สติขึ้นมาในวินาทีนั้นว่า หลักการทำงานให้บรรลุผลก็ได้รับพระราชทานมาแล้ว พรอันสูงสุดก็ได้รับพระราชทานมาแล้ว เรามีความสุจริตบริสุทธิ์ใจเต็มที่ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวลอีก!  เสียงในใจผู้เขียนกระซิบขึ้นมาเบาๆ ว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง  ขอถวายการพูดต่อไปนี้แด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท”

สุดท้ายนี้ จากการทอล์กโชว์ครั้งแรกในชีวิต ดร. ณัชรได้ถอดบทเรียนเรื่องสติและการให้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 “สำหรับวันนี้ สิ่งที่ขอโอกาสให้ก็คือ ให้กำลังใจว่า ถ้าคุณอยากทำความดีใดๆ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. 9 ก็ขอให้มีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญในการลงมือทำทันที หากคุณรู้สึกท้อแท้ ก็ขอให้คิดถึงคำให้กำลังใจจากโฆษณาเฉลิมพระเกียรติเรื่องหนึ่งว่า “พ่อ…ทรงมองเห็นพวกเราเสมอ” เขาทิ้งท้าย