ธรรมะ-จิตใจ

เปิดใจรับความสุข

  • 3 ธันวาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 441
Share on Google+
LINE it!
- +

ชีวิตมิใช่มีแต่เรื่องทุกข์รุมเร้าใจ แม้ในยามสิ้นหวัง ก็ยังมีประกายแห่งความสุขให้เราชื่นชมได้ทุกเวลา เพียงแต่ว่าเราจะเปิดใจรับความสุขเหล่านั้นหรือไม่

เรื่อง : ภาดนุ ภาพ : Pixabay

ช่างเขียนรูปผู้หนึ่งซึ่งไม่ปรารถนาจะเรียกตัวเองว่า ‘ศิลปิน’ เล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งชีวิตเขาเคยมืดมนที่สุด จนถึงขนาดลงมือฆ่าตัวตายมาแล้ว วันนั้นเขาขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกชั้นที่ 30 เพื่อเตรียมจะกระโดดลงมา นาทีนั้นขาข้างหนึ่งยื่นออกไปนอกระเบียงแล้ว แต่เมื่อชะเง้อมองลงไปข้างล่าง ก็เห็นคนสองคนกำลังยืนคุยกันตรงจุดที่เขากำลังจะโดดลงไปพอดี

ตอนนั้นเองที่คำสอนของแม่ผุดขึ้นมาในใจว่า จะทำอะไรก็ตาม อย่าให้คนอื่นเดือด ร้อน เขาจึงหยุดครุ่นคิด เพราะเกรงว่าถ้าโดดลงไป คนสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่นั้นคงต้องตายไปกับเขาด้วยแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

ช่วงที่เขาชะงักและกำลังครุ่นคิดที่จะเปลี่ยนจุดกระโดดนั้นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นท้องฟ้าเบื้องหน้าใสสว่างกระจ่างตา ก็มีความคิดหนึ่งวูบผุดขึ้นมาทันทีว่า ชีวิตก็มีด้านที่สดใสเหมือนกัน ไม่ใช่มืดมนไปเสียหมด ฉับพลันความรู้สึกของเขาก็โปร่งเบา ความกลัดกลุ้มเริ่มจางไป ใช่แล้ว ชีวิตยังมีหวัง

ที่เรารู้สึกว่าชีวิตช่างมืดมนเสียเหลือเกินนั้น ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะเราเอาแต่จดจ่อครุ่นคิดถึงแต่เรื่องเลวร้าย มองแต่ปัญหา จมอยู่กับความผิดหวังในอดีตและอุปสรรคภายภาคหน้า แต่ไม่ยอมมองสิ่งที่งดงามที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา แถมยังปิดใจไม่ให้ความหวังส่องประกายเข้ามาอีกด้วย

จำไว้ว่า ยามกลัดกลุ้ม ลองแหงนมองท้องฟ้า เปิดใจให้ความสดใสจากเบื้องบนนั้นรินหลั่งลงมาสู่ใจเรา ยามที่เราเหนื่อยล้า แค่แสงระยิบระยับของดวงดาวในคืนอันมืดมิด ก็อาจชุบจิตใจเราให้มีความหวังกับชีวิตในวันข้างหน้าได้

แม้เราจะอิดโรยเพราะเอาแต่ร่ำไห้ จนไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเราตื่นขึ้นโดยมีแสงเงินแสงทองฉายสาดส่องลงมา เท่านี้ก็จะสามารถขับไล่ความมืดมิดไปจากใจเราได้แล้ว