ธรรมะ-จิตใจ

สมาธิช่วยคุณได้แน่

  • 5 พฤศจิกายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 328
Share on Google+
LINE it!
- +

ลดเครียด ด้วยนวัตกรรม วิถีพุทธ

เรื่อง : บีเซลบับ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ดร.กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพิ่งทำวิจัยเรื่อง “การพัฒนากิจกรรมเพื่อสร้างชีวสุขตามแนวทางการพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวม” เสร็จสิ้น การใช้ชีวิตที่ติดอยู่กับเทคโนโลยีตลอดเวลาของคนยุคปัจจุบัน นำไปสู่ความเครียดแบบไม่รู้เท่าทัน

“การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วพลิกผัน ยังนำมาซึ่งความทุกข์กังวล และการถูกคุกคามด้วยโรคภัยต่างๆ ทำอย่างไรจึงจะมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ”ดร.กมลาศตั้งคำถาม

มจร โดยสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ สถาบันวิปัสสนาธุระ ร่วมกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดตั้งคณะทำงานวิจัยร่วม “การพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวมด้วยกระบวนการไบโอฟีดแบ็ก (Bio-Feedback)”โดยมีพระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ, รศ.ดร. รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสังคมศาสตร์ เป็นผู้อำนวยการแผนวิจัย

สำหรับไบโอฟีดแบ็ก เป็นเทคนิควิธีการเรียนรู้ที่จะควบคุมการทำงานของร่างกาย ซึ่งปกติไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ ข้อมูลจะปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ เพื่อปรับเปลี่ยนแอ็กทิวิตี้ของสมองและกระบวนการต่างๆ ในร่างกายของผู้ถูกทดสอบให้มีสมาธิและผ่อนคลาย

งานวิจัยใช้การวิจัยกึ่งทดลองเปรียบเทียบก่อน-หลังของกลุ่มพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน 17 รูป จำนวน 9 วัน เพื่อทำ 8 กิจกรรมหลัก ที่สำคัญคือ การวัดสัญญาณสมองที่เชื่อมต่อสัญญาณคอมพิวเตอร์, ประเมินสถานะสุขภาพทางกายและสารชีวโมเลกุลภายในร่างกาย และการประเมินแบบวัดความสุขเชิงพุทธ

จากงานวิจัยพบว่า การเข้าร่วมกิจกรรมชีวสุขตามหลักพระพุทธศาสนา สามารถสร้างความสงบและความผ่อนคลายทางด้านจิตใจ การเปลี่ยนแปลงสัญญาณไฟฟ้าคลื่นสมองและผลการตรวจเลือดที่ปรากฏชัดเจนในกลุ่มทดลอง ชี้ให้เห็นว่า บุคคลรักษาสภาวะจิตให้มีความสงบชั่วขณะใดขณะหนึ่งได้ บุคคลนั้นมีสภาวะความสุขได้

ผศ.ดร.วิลาสินี สุวรรณจ่าง นักวิจัย เล่าว่า คลื่นไฟฟ้าสมองชนิดอัลฟ่า พบได้ในภาวะที่ผ่อนคลาย มีความตระหนักรู้ ขณะที่คลื่นสมองชนิดเบต้า พบได้ในภาวะที่มีความตั้งใจจดจ่อ การฝึกปฏิบัติด้วยวิธียุบพอง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มระดับคลื่นอัลฟ่า เข้าสู่ความผ่อนคลายจากการฝึกยุบพองเพียง 9 วัน

พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ,รศ.ดร. เล่าว่า งานวิจัยชิ้นนี้จะได้ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการสร้างศูนย์สุขชีวีวิถีพุทธภายในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาวะองค์รวม เป็นแหล่งฝึกอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 ที่มุ่งเน้นการป้องกัน (Preventive Healing) มากกว่าการรักษา (Curative Healing)

ปิดท้ายด้วยดร.กมลาศที่ระบุว่า ผลวิจัยฯยังมีประเด็นน่าสนใจที่จะได้ศึกษาต่อไป เช่น ผู้ฝึกสมาธิที่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมจะมีคลื่นสมองต่ำอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ว่า ผู้ฝึกสมาธิอยู่เสมอจะมีคลื่นอัลฟ่าเกิดขึ้นที่สมองตลอดเวลา

“แม้ชีวิตเราทุกวันนี้จะถูกบีดอัดด้วยความเครียด แต่ถ้าทำจิตใจให้คุ้นเคยกับความสงบ มีสภาพจิตที่ตื่นตัวตระหนักรู้ เราก็อยู่รอดได้ มีสมาธิ มีสติ มีปัญญาคอยกำกับนำทาง รู้เท่าทันโลกและตัวเอง”