ธรรมะ-จิตใจ

การอ่านคือ กำไรของชีวิต

  • 14 ตุลาคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 735
Share on Google+
LINE it!
- +

ค้นหาความหมายของความสุขที่ใครๆ ก็ได้ ผ่านการอ่าน

เรื่อง : พุสดี

เปิดมุมมองพลังแห่งการอ่านที่ถือว่าเป็นกำไรของชีวิตผ่านเสวนาพิเศษจากศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรต์ในหัวข้อ “อ่านเป็น เขียนได้ กำไรชีวิต” ซึ่งจัดขึ้นในงานประกาศผลการประกวดเขียนร้อยแก้วและร้อยกรองเยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั้งมัธยมและอุดมศึกษาทั่วประเทศในหัวข้อ “ความดีเล็กๆ ของฉันที่มีแรงบันดาลใจจากธรรมราชา” โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

ชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 เผยถึงแรงบันดาลใจในการเป็นนักเขียน และความสำคัญของการ “อ่านเป็น” ว่า การอ่านสำคัญกว่าการเขียน เพราะกระบวนการอ่านถือเป็นการ ‘นำเข้า’ การซึมซับสิ่งต่างๆ เข้ามาในตัวเราเพื่อตกผลึกและเรียนรู้ เปรียบเสมือนการซึมซับประสบการณ์ในช่วงเวลาหลายปีของคนๆ หนึ่ง ที่ได้รวบรวมข้อมูลและย่อโลกที่เขาพบเจอผ่านตัวอักษรให้อ่าน เรียนรู้ สนุกสนาน และตื่นเต้นไปกับการท่องโลกอีกใบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ขณะเดียวกันโลกภายในของผู้อ่านก็เติบโตและพัฒนาพร้อมกัน

ชมัยภร บางคมบาง

 

“พออ่านเป็นจะเกิดกระบวนการตกผลึกที่ทำให้เรา ‘เขียนได้’ เพื่อส่งต่อความรู้ที่ซึมซับจากการอ่าน ดิฉันโชคดีที่เติบโตมาในครอบครัวที่รักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ พ่อ-แม่มีรสนิยมการอ่านที่ต่างกัน ทุกมุมของบ้านจึงมีหนังสือวางไว้เสมอ แม้แต่สารคดีเล่มเขื่องใต้เตียงหรือบทกวีที่พ่อท่องให้ฟังก่อนนอน ดิฉันค้นพบว่า หนังสือที่อ่านมีอิทธิพลต่อความคิดของเราตั้งแต่ก่อนอายุ 15 ปี เล่มแรกที่อ่านคือเรื่องสั้น “มิใช่ของตามตลาด” (ศุภร บุนนาค) วันหนึ่งเราก็เขียนเรื่อง “มิอาจซื้อ” ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนั้น นับแต่นั้นมาดิฉันก็หลงใหลการอ่านมาโดยตลอด ยิ่งอ่านมากกระบวนการเข้าใจชีวิตของเรายิ่งชัดเจน ทุกครั้งที่เขียนเหมือนดิฉันได้ชำระล้างจิตใจให้มองเห็นตัวเองกระจ่างชัดขึ้น ขณะที่การประกวดเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขประตูแห่งโอกาสสู่โลกใบใหม่ที่ตื่นเต้นและท้าทาย นั่นเป็นเหตุผลที่เรียกว่า กำไรของชีวิต”

ขณะที่ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ เจ้าของวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2547 จากกวีนิพนธ์ “แม่น้ำรำลึก” บอกเล่าถึงเรื่องราวชีวิตจริงที่ไม่ต่างจากบทละครว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างขาดแคลนมาก ที่บ้านไม่มีแม้หนังสือสักเล่มให้อ่าน นอกจากทรานซิสเตอร์ของแม่ไว้ฟังนิยายริมนา ความไม่มีทำให้เขาเลือกที่จะฝังตัวในห้องสมุดของโรงเรียนเพื่อลืมความหิว และความสุขเดียวของเด็กชายเรวัติคือ การหลบขึ้นไปอ่านหนังสือเงียบๆ บนต้นจามจุรีใหญ่ริมแม่น้ำ จินตนาการถึงวันที่สุนทรภู่จะล่องเรือผ่านคลองเล็กๆ หน้าบ้าน จนถึงวัยเกณฑ์ทหาร ว่างจากการอยู่เวรเขาจะจับปากกาบรรจงคัดลายมือเป็นบทกวี ส่งถึงบรรณาธิการนิตยสาร “ฟ้าเมืองทอง”

เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ 

 

“ทุกคืนผมจะเขียนเรื่องสั้นบ้าง บทกวีบ้าง พอสิ้นเดือนผมจะรีบขี่จักรยานเข้าตัวเมืองเพื่อส่งบทความไปที่สำนักพิมพ์ ทำอยู่อย่างนั้นสามเดือน วันหนึ่งฟ้าเมืองทองก็ตีพิมพ์บทกวีของเรวัติ คิดตั้งแต่วันนั้นเลยว่า “เราเป็นนักเขียนได้” ผมพบว่า การอ่านทำให้เข้าใจผู้อื่น ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ไม่ง่ายเลย ยิ่งเข้าใจเราจะไม่ตัดสินผู้อื่น ขณะเดียวกันผมเขียนเพื่อเข้าใจตัวเอง เมื่อเข้าใจตัวเองเราจะมีกำไรชีวิตเพิ่มขึ้น”

ชาว40+ ที่สนใจลิ้มรสกำไรชีวิต ลองหาหนังสือแนวโปรด หรือ นักเขียนในดวงใจที่เคยหลงลืมไปมาปัดฝุ่นหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ใครจะรู้ว่า นี่อาจเป็นความสุขเล็กๆที่คุณมอบให้ตัวเองได้ทุกวันก็ได้