ธรรมะ-จิตใจ

วิธีสร้างสุขภาพจิตที่ดีในครอบครัว

  • 24 เมษายน 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 2,074
Share on Google+
LINE it!
- +

สถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งย่อมทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขและอบอุ่นเสมอ

เรื่อง : แมงโก้หวาน  ภาพ : รอยเตอร์ส

ใครที่รู้สึกว่าบรรยากาศในครอบครัวไม่ดี สมาชิกในครอบครัวมีความสุขน้อยลง แต่ละคนไม่ไม่สนใจกัน ไม่มีเวลาให้กัน บ่อยครั้งใช้อารมณ์ ใช้ความรุนแรงต่อกัน ก็ไม่สามารถที่จะเป็นครอบครัวให้มีความสุขได้

นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า ถ้าต้องการมีความสุข มีครอบครัวอบอุ่น ทุกคนในครอบครัวต้องร่วมกันสร้างและกระทำไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่การมีเป้าหมายร่วมกัน การมีเวลาให้กัน มีกิจกรรมร่วมกันและมีการสื่อสารที่มีคุณภาพระหว่างกัน

“เป้าหมายของครอบครัวน่าจะเป็นไปในทิศทางที่มุ่งสู่ความสุขทางใจของสมาชิกทุกคนมากกว่าความสุขที่ได้จากวัตถุ การทำให้ครอบครัวอบอุ่น บรรยากาศบ้านน่าอยู่ สิ่งที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นในจิตใจสมาชิกแต่ละคนคือ ให้รู้สึกว่ามีฉันอยู่ในบ้านนี้ ฉันมีค่า ในบ้านนี้มีคนสนใจความรู้สึกของฉัน เป็นห่วงเป็นใยฉัน เข้าใจฉัน พูดกันรู้เรื่อง รู้สึกปลอดภัย

ถ้ามีปัญหามีคนสนใจที่จะรับฟังปัญหาของฉัน สามารถจะขอความช่วยเหลือ พึ่งพิง ขอคำปรึกษาได้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการที่คนในครอบครัวพูดจาสื่อสาร และปฏิบัติต่อกัน ให้เกียรติกัน เป็นการสื่อสารทางอ้อม ไม่ใช่เป็นการเอาแต่พูดแต่ไม่ได้ปฏิบัติ เพราะคนเราพิจารณาความจริงใจผ่านการกระทำมากกว่าคำพูด”

 

นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย

นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าวว่า การจะสร้างให้คนในครอบครัวมีสุขภาพจิตดีได้ทุกคนจำเป็นต้องมีเวลาให้กันเพื่อที่จะมีกิจกรรมร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน เพื่อจะได้มีการสื่อสารให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันและกัน ถ้ามีครอบครัวแล้วไม่มีเวลาให้กัน ให้มีกิจกรรมร่วมกันคงจะหวังความสัมพันธ์ที่ดีที่แข็งแรงได้ยาก

“การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญที่มักจะละเลย มีคนจำนวนมากที่แคร์ความรู้สึกคนนอกบ้านมากกว่าความรู้สึกคนในบ้าน ซึ่งอาจจะเกิดจากความรู้สึกว่าคนในครอบครัวเป็นคนกันเองมาก ใกล้ชิดกันมาก จนไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของกันและกัน ลืมที่จะชื่นชมเมื่อใครคนหนึ่งทำอะไรสำเร็จ ลืมขอบคุณเมื่อคนในบ้านทำอะไรให้ ลืมขอโทษเมื่อตนเองทำอะไรผิดพลาดไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ถ้าเกิดขึ้นสะสมเป็นระยะเวลานานก็อาจทำให้เกิดความเย็นชา เกิดช่องว่างระหว่างกัน ความรู้สึกดีๆ ต่อกันในครอบครัวก็จืดจางไปได้ รวมไปถึงความรู้สึกมีคุณค่า เอาใจใส่ ห่วงใยกันและกัน”

นพ.ไกรสิทธิ์  กล่าวต่อว่า มีพ่อแม่จำนวนมากที่รักและปรารถนาดีต่อลูกแต่ใช้วิธีสื่อสารเชิงลบ เด็กจะรู้สึกไม่อยากเข้าหา เพราะเข้าหาก็จะรู้สึกว่าฉันจะถูกตำหนิเรื่องอะไรอีก เข้าใกล้แล้วรู้สึกว่าเจ็บ เสียความรู้สึกทุกที ตัวฉันไม่มีอะไรน่าภูมิใจเลย บ้านไม่น่าอยู่ ออกไปแล้วหาความภูมิใจจากนอกบ้านดีกว่า ทั้งๆ ที่สิ่งที่พ่อแม่ว่ากล่าวตักเตือนเป็นความหวังดี เจตนาดีแท้ๆ ดังนั้นวิธีสื่อสารที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ

“สังคมไทยต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ยาเสพติด การใช้ความรุนแรงต่อกัน การที่จะเอาชนะปัญหาเหล่านี้ได้ต้องอาศัยชุมชน สังคม สถาบันครอบครัวที่แข็งแรง ครอบครัวดีไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญหรือตามยถากรรม แต่เกิดขึ้นจากความตั้งใจ เกิดจากความรู้ ความเข้าใจ การเอาใจใส่กัน ความอดทนและการเสียสละของสมาชิกทุกคน อยากเชิญชวนทุกคนให้ใช้เวลาทบทวนตนเองและช่วยทำให้บรรยากาศในครอบครัวอบอุ่นน่าอยู่ โดยปรับปรุงวิธีสื่อสาร ระหว่างคนในครอบครัวให้มีคุณภาพ สร้างสรรค์และเกิดความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกันตลอดไป”  นพ.ไกรสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย