ธรรมะ-จิตใจ

เป็นตัวเอง แต่ใครๆ ก็ไม่รัก

  • 9 กุมภาพันธ์ 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 130
Share on Google+
LINE it!
- +

คำพูดคนอื่นมากระแทกใจ ให้เราต้องหันกลับมาสำรวจ จะเป็นตัวเอง หรือ ควรเป็นในแบบที่คนอื่นพอใจ

เรื่อง : ไรเฟิลเบิร์ด ภาพ : pixabay.com

ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้...ถ้าเจอคำพูดแบบนี้บ่อยๆ เราไม่ควรปล่อยผ่านไป แม้การอย่าเก็บเขาคำพูดคนอื่นมาคิด เราอาจจะสบายตัวสบายใจกว่า แต่ถ้าพูดกันหลายคน พูดบ่อยๆ เราก็ควรที่จะหันมาสำรวจพิจารณาตัวเองบ้างว่า ทำไมคนจำนวนมากคิดเยี่ยงนั้นกับเรา

แน่นอนว่า คำจากปากคนอื่น อาจทำให้เรารู้สึกเป็นกังวล แต่ถ้าเราไม่รู้สึกว่ามันอาจจะมีส่วนจริงอยู่บ้าง คงไม่นำมาเป็นสิ่งรบกวนจิตใจอยู่แบบนี้ ดังนั้นต้องหันกลับมาสำรวจนิสัยใจคอการกระทำของตัวเองแล้ว

อันดับแรกต้องใจกล้า มีความยุติธรรมให้กับตัวเอง บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะตอบตามความจริง จะพิจารณาให้ดี ไม่มีใจเอนเอียงเข้าข้างตัวเอง หรือหาเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวเอง ใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่

ทำข้อตกลงกับตัวเองได้แล้ว ให้เอากระดาษมาแล้วจดลงไปเลยว่า มีนิสัยอย่างไรบ้าง เช่น 1.เอาแต่ใจ 2.ขี้บ่น 3.ขี้งก 4.ขี้เกียจ 5.แต่งตัวนาน 6.ขับรถเร็ว 7.ขี้นินทา 8.เห็นแก่ตัว 9.ขี้สงสาร 10.เชื่อคนง่าย 11.แม่บุญทุ่ม คิดอะไรได้ใส่มาให้หมด จะเป็นร้อยข้อก็ต้องให้มันถึง

จากนั้นก็กากบาทสีแดงทับในสิ่งที่คุณเป็น ไม่ต้องเอาตามคนอื่นบอกมาว่า เธอนี่จู้จี้นะ แต่เอาตามที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ ว่าฉันเป็น และไม่ต้องมีเหตุผลต่อว่า ที่จู้จี้เพราะอยากให้คนอื่นมีระเบียบ อยากให้ลูกได้ดี บลาๆๆ ไม่ต้องใส่เข้ามา เพราะเราต้องการความเป็นจริงที่เด่นชัดออกมา เพราะเวลาเราจู้จี้คนอื่นไม่ได้มาใส่ใจหาเหตุผลหรอกว่าทำไม แต่ฟันธงไปแล้วว่า เธอจู้จี้

นอกจากที่เราพิจารณาตัวเองแล้ว เอากระดาษแผ่นนั้น (ที่ยังไม่ได้กากบาท) ไปให้คนสนิทสัก 2-3 คน บอกเลือกตามสบายเลย รักกันจริงเอาความจริงมา ให้คนที่ไม่สนิทด้วยอีก 3-4 คน ที่สำคัญอย่าลืมให้คนสนิทมากๆ เช่น สามี ภรรยา ลูก พ่อแม่ ทำด้วย พร้อมสัญญากับทุกคนไปว่า จะไม่โกรธเคือง (จริงๆ นะ)

เมื่อได้คำตอบมาแล้ว มาเทียบกันดู ถ้าข้อไหนมีมิติเป็นเอกฉันท์  ก็ยอมรับ เออเราขี้โวยวาย แต่ถ้าข้อไหนเสียงแตกให้มาดูของเราว่า เราเป็นแบบไหน เพื่อนมองแบบไหน แฟนเรามองแบบไหน คนอื่นมองแบบไหน ถึงตอนนี้ค่อยหาเหตุผลให้ตัวเอง ในสิ่งที่ตัวเองเป็น และเราทำอะไรออกไปคนอื่นถึงคิดเห็นอีกอย่าง เป็นแบบนี้ดีไหม ถ้าเปลี่ยนแปลงจะดีกว่าไหม เป็นสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม ยากง่ายไหม ตั้งคำถาม-หาคำตอบ และลงมือทำ

เมื่อเราได้มีสติพิจารณาตัวเอง รับรู้ในสิ่งที่เป็น สิ่งไหนร้ายมีผลกระทบต่อคนอื่นก็พร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข เพราะคงไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ๆ กับคนที่ทำให้เกิดความทุกข์มากกว่าความสุข

สุดท้ายถึงแม้ไม่มีใครบอก ใครเตือนเรา แต่เราไม่ควรลืมที่จะบอกจะเตือนตัวเองบ้าง ถี่ห่างแล้วแต่เห็นสมควร แต่ไม่ควรปล่อยให้ความเคยชินสนับสนุนการกระทำที่เป็นลบของเรา เพราะการที่ยึดมั่นถือมั่นว่า ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่แคร์ใคร ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็จะเป็นคนแบบนี้ที่ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจ ความสุขให้แก่คนรอบข้างได้