ธรรมะ-จิตใจ

อย่าอยากเป็นตัวอิจฉา

  • 29 มกราคม 2561, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,777
Share on Google+
LINE it!
- +

ไม่มีไฟอะไรที่เผาไหม้ตัวเอง และคนอื่นอย่างเจ็บแสบเผ็ดร้อนยิ่งไปกว่าไฟริษยา

เรื่อง : แมงโก้หวาน ภาพ : รอยเตอร์ส

ความอิจฉา หรือความริษยา คือ การเห็นผู้อื่นดีกว่าแล้วทนไม่ได้ เช่น เห็นเขาเก่งกว่า ได้ทำงานดีกว่า ได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่า ได้รับขึ้นเงินเดือนเยอะกว่า ได้รับคำชมจากหัวหน้า ได้แฟนสวยหล่อรวยกว่า มีรถหรูขับ เป็นต้นแล้วทนไม่ได้ต้องเกิดอาการ “ตาร้อน” ขึ้นมาทันที อย่างนี้เรียกว่าเกิดความริษยาหรือภาษาพระเรียกว่า "อิจฉา" นั่นเอง

ไฟริษยาถ้าเกิดขึ้นในใจใครแล้วไม่อาจดับมอดได้ มันจะทำลายทุกอย่าง ทั้งตัวเอง (คนริษยา) และทำลายคนอื่น (ผู้ถูกริษยา) ยิ่งถ้าไฟริษยารุนแรงคนนั้นก็จะพยายามหาทางทำลายคนที่ตัวเองอิจฉาด้วยวิธีต่างๆ เช่น เห็นเพื่อนได้เลื่อนตำแหน่งแล้วเกิดอิจฉาก็หาวิธีใส่ร้าย หรือกลัวคู่แข่งจะได้รับเลือกตั้งก็จ้างคนไปฆ่า เป็นต้น

ที่สำคัญคนมักริษยาคนอื่นจะมีแต่ความทุกข์ร้อนใจอยู่ไม่เป็นสุข นอนไม่หลับถ้าภาพคนที่ตัวเองอิจฉาปรากฏขึ้นในหัว

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากทุกข์ใจอีกต่อไปก็ต้องเปลี่ยนจาก “ริษยา” เป็น “มุทิตา” ให้ได้ คือ พยายามฝึกตัวเองให้รู้จักการพลอยยินดีกับคนอื่นไว้บ่อยๆ ยิ่งใครที่คิดว่าเป็นคู่แข่งหากเขาได้ดีแล้วพลอยยินดีกับเขาได้ด้วยใจจริงเชื่อว่าริษยาถูกกำราบแน่นอน

แม้เป็นเรื่องยากที่ริษยาใครแล้วจะให้ไปมุทิตา-ยินดีด้วย แต่ของแบบนี้ต้องฝึกด้วยการรู้จักชื่นชม ยกย่อง แสดงความยินดีกับคนอื่นที่เขาประสบความสำเร็จหรือได้ดีอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่ฝึกเกิดไปเจอใครเก่งกว่า ดีกว่า หรือประสบความสำเร็จกว่า ก็จะเกิดการริษยาเขาอยู่ร่ำไป ถ้าอย่างนี้เหมือนถูกไฟเผาทั้งเป็นแน่นอน