บริหารการเงิน

หาข้อมูลให้ดี มีเงินน้อยก็ซื้อหุ้นได้

  • 21 เมษายน 2560, 12:00 น. |
  • เปิดอ่าน 212
Share on Google+
LINE it!
- +

หลักคิดและวิธีการเล่นหุ้นของคนมีเงินน้อย

เรื่อง กันย์ ภาพ AP

ในยุคที่ดอกเบี้ยเรี่ยดิน เงินเฟ้อลอยฟ่อง มีเงินเอาไปทำอะไรดีนะ หลายคนบอกว่า เอาไปทำธุรกิจสิ เอาไปฝากธนาคารดีกว่าปลอดภัย แต่หารู้ไม่ว่าคนที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จมีสัดส่วนน้อยกว่าคนที่ล้มเหลวอยู่มาก และการทำธุรกิจต้องใช้เงินมากพอสมควร อย่างน้อยคุณก็ต้องมีเครดิต หรือสินทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารมาลงทุนในกิจการของคุณเอง ถ้ามีเงินน้อยหลักหมื่น หรือแค่หลักพัน เอาไปซื้อหุ้นได้หรือไม่คำตอบก็คือ ได้แน่นอน การเปิดพอร์ตเพื่อเล่นหุ้นนั้นใช้เงินขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท ก็ซื้อหุ้นได้แล้ว

ถ้าเป็นสมัยก่อนการที่เราจะซื้อหุ้นด้วยเงินน้อยๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ในปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสนับสนุนให้นักลงทุนรายย่อยเริ่มต้นลงทุน หรือ Invest Now ทำให้การลงทุนด้วยเงินน้อยๆ นั้นสามารถทำได้ในปัจจุบัน วิธีการก็ง่ายมาก แค่เราเดินไปตามสาขาธนาคารและขอเอกสารเพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น หรือสามารถสมัครออนไลน์ก็ได้

 

เงินน้อยๆ ควรซื้อหุ้นยังไง หลักการของการเล่นหุ้นด้วยเงินน้อยๆ ก็คือ ต้องหาหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวขึ้นสูง แต่มีความเสี่ยงต่ำ แต่เราต้องทำการบ้านเพื่อหาหุ้นดังกล่าว โดยรูปแบบที่น่าจะประสบความสำเร็จได้สำหรับคนมีเงินน้อยมีดังต่อไปนี้แนวคิดก็คือ

1.ซื้อหุ้นดีในราคายุติธรรม

รูปแบบนี้ต้องเป็นนักเลือกหุ้นที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือกหุ้นที่คุณภาพของกิจการเป็นหลัก หุ้นที่มีการเติบโตด้านรายได้ กำไร และเงินปันผล หุ้นดีแต่ราคายังไม่ดีก็จะถือว่าเป็นหุ้นที่ไม่น่าซื้อ นักลงทุน รูปแบบนี้จะต้องมองหาหุ้นดีในราคายุติธรรมเท่านั้น คำว่าราคายุติธรรม คือราคาที่จ่ายแล้วเหมาะสม คุ้มค่า สำหรับมือใหม่เล่นหุ้นการมองภาพราคาที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องยาก แต่การมองหาหุ้นดีนั้นไม่ยาก ให้ลองสังเกตรอบตัวเราดู เรากินอะไร ใช้อะไร ชอบไปเดินเที่ยวที่ไหน ซื้อของร้านอะไรบ้าง พฤติกรรมการซื้อการบริโภคของเราและคนรอบข้างเป็นอย่างไร ทำแบบนี้ก็จะเห็นหุ้นรอบตัวเราที่น่าลงทุนได้ไม่ยาก หลักการนี้เป็นคำแนะนำของปีเตอร์ ลินซ์ ผู้จัดการกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในระดับโลกเลยทีเดียว

2.พลังของการซื้อหุ้นแบบถัวเฉลี่ย หรือ DCA

คำแนะนำสำหรับวิธีนี้คงต้องใช้คำว่าเหมาะสม ที่สุดสำหรับคนมีเงินน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เงินเดือน หรือคนที่มีกระแสเงินสดเข้ามาแบบเรื่อยๆ คำว่า DCA ย่อมาจาก Dollar Cost Average หรือการซื้อหุ้นแบบถัวเฉลี่ยตามรอบระยะเวลา ยกตัวอย่างเช่น เรามีกระแสเงินสดเหลือทุกเดือน เดือนละ 5,000 บาท หากเราจะทำ DCA ตามรอบทุกเดือนก็สามารถเลือกให้ตัดบัญชีอัตโนมัติ เลือกหุ้นที่จะซื้อเฉลี่ย เลือกวันที่จะตัด ถ้าเงินเดือนออกทุกๆ สิ้นเดือนก็เลือกวันหลังจากเงินเดือนออก ตัดไปออมเอาไว้ในหุ้นก่อนนำไปใช้จ่าย จากสถิติสำหรับวิธีการออมด้วย DCA ถ้าเลือกหุ้นดีมีการเติบโต โอกาสเอาชนะตลาดหุ้นมีสูงกว่าการเก็งกำไรด้วยตัวเอง เพราะการใช้วิธีนี้เป็นการตัดปัจจัยความโลภ ที่ทำให้เจ๊งหุ้นออกไป

3.เงินน้อยแต่ใจใหญ่

แนวคิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนมาบ้างแล้ว มีความรู้ แต่เงินยังมีไม่มาก แต่อยากประสบความสำเร็จใหญ่ ลองดูวิธีเงินน้อยแต่ใจใหญ่ เมื่อเราไม่มีเงินต้องทำอย่างไร คำตอบก็คือต้องมีความรู้มากๆ สำหรับคนที่มีเงินมากๆ แต่ความรู้น้อยก็อาจเสียหาย ยิ่งมีเงินมากก็ยิ่งเสียหายมาก ในทางกลับกันกับคนที่มีเงินน้อย แต่มีความรู้มากและใจใหญ่ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ หากเล่นเป็นเล่นถูกตัว และสามารถทำถูกต้องมากกว่าผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม การที่มีเงินน้อยไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเริ่มต้นลงทุนหุ้น ตามสถิติในระยะยาวนั้นหุ้นที่ดี ขอย้ำว่า หุ้นดีสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ และผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารอย่างไม่เห็นฝุ่น แต่การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน แม้เงินเราจะน้อยแต่ก็มีคุณค่า อย่าทำให้เงินของเราสูญหายไปด้วยการลงทุนแบบไร้หลักการ