บริหารการเงิน

หาเงินเพิ่มในกระเป๋า ลองวิธี “รีไฟแนนซ์บ้าน”

  • 11 กันยายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 591
Share on Google+
LINE it!
- +

การรีไฟแนนซ์สามารถทำได้ ทุกๆ 3 ปี หรือ 5 ปี ใครอยากลดค่าใช้จ่ายเงินก้อนนี้ ก็ลองตรวจสอบข้อกำหนดได้ในสัญญากู้ และหาที่ปรึกษา

เรื่อง : ปอย

สารพัดคำถามของลูกหนี้ผ่อนสินเชื่อบ้าน มนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ ต้องผ่อนกันยาวๆ 20-30 ปี ล้วนต้องการคำตอบ เช่น เมื่อไรจะหมดหนี้ (พ้นเวรพ้นกรรม) กันเสียที?!!  

คำถามเบื้องต้นเข้าใจง่ายๆ ในโลกออนไลน์มีมืออาชีพให้คำตอบในแบบเข้าใจได้ไม่ยาก เพียงลูกหนี้สนใจ คลิกเข้ามาที่ www.refinn.com ผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย และสินเชื่อลดภาระหนี้ (บ้านแลกเงิน) โดยรวบรวมโปรโมชั่นจากธนาคารชั้นนำ มาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย เพื่อเงินที่ประหยัดได้จากดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับผู้ใช้บริการมากที่สุด และยังสามารถสมัครสินเชื่อผ่าน Refinn เพื่อดำเนินการขอสินเชื่อได้จนจบกระบวนการ

คำถามยอดฮิตที่ตอบผ่านออนไลน์ เช่น

รีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยคืออะไร? 

คำตอบ... การขอสินเชื่อจากธนาคารใหม่ เพื่อปิดหนี้ของสินเชื่อเดิม ทำให้ได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ผ่อนชำระต่อเดือนน้อยลง ผ่อนหมดเร็วขึ้น

หรือคำถามที่ลูกหนี้ผ่อนบ้านทั้งหลาย อยากรู้ลึกๆ

รีไฟแนนซ์สามารถทำได้ทุกๆ กี่ปี ?

คำตอบ... การรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด 3 ปี (หรือ 5 ปี บางธนาคาร) ที่สัญญาจากธนาคารระบุไว้ จะต้องเสียค่าปรับเฉลี่ย 0-3% ของวงเงินที่ขอกู้ ตัวอย่าง ขอวงเงินกู้จากธนาคาร 1,000,000 บาท หากรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด จะเสียค่าปรับ 2% ของ 1,000,000 บาท นั่นคือ 20,000 บาท

ทำงานต่างประเทศ รีไฟแนนซ์ได้หรือไม่?

คำตอบ... กรณีที่ทำงานต่างประเทศ หากได้รับเงินเดือนและเสียภาษีในประเทศไทย สามารดำเนินการรีไฟแนนซ์ได้ตามปกติ แต่หากรับเงินเดือนจากต่างประเทศด้วย ณ ปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการได้

ที่อยู่อาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้หรือไม่? 

คำตอบ... สามารถนำมารีไฟแนนซ์ได้ตามปกติ โดย Refinn จะดำเนินการประสานงานไปยังแต่ละสาขาของธนาคาร

MRR MLR คืออะไร?

คำตอบ ... คืออัตราดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารกำหนด ซึ่งจะแตกต่างกันไป ตามที่ธนาคารประกาศ โดย MLR (Minimum Loan Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี และ MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์เบื้องต้น

คำตอบ... ค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน (ประมาณ 2-3 พันบาท หรือมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งของหลักประกัน หรือ บางธนาคาร ฟรี), ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนอง (ชำระให้กรมที่ดิน1% ของวงเงินกู้หรือบางธนาคาร ฟรี), ค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าอากรแสตมป์สัญญาเงินกู้ 0.05% ของวงเงิน, ค่าประกันอัคคีภัย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโปรโมชั่นของแต่ละธนาคารกำหนด

ดูจำนวนเงินที่เหลือให้ดีเพราะถ้าวงเงินเหลืออยู่ไม่มาก อาจจะรีไฟแนนซ์ได้เป็นครั้งสุดท้าย เช่น คนที่หนี้บ้านเหลืออยู่ 7 แสนบาท ก็อาจเป็นไปได้ว่าใน 3 ปีข้างหน้า หนี้ก้อนนี้จะเหลือต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งไม่ค่อยมีธนาคารไหนรับรีไฟแนนซ์แล้ว ดังนั้น แทนที่จะเลือกอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ ที่ 3 ปีแรกถูกๆ อาจต้องมองหาอัตราดอกเบี้ยจนจบสัญญาที่ถูกที่สุดจะดีกว่า

ดังนั้น จึงพอสรุปได้ว่าถ้าเราเป็นคนที่ผ่อนบ้านอยู่และยังไม่ถึง 3 ปี ควรคำนวณให้ดีว่าดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์ นั้นคุ้มค่ากับเงินค่าปรับที่จะต้องจ่ายให้ธนาคารเดิมหรือไม่ หรือถ้าเราอยู่ในกลุ่มคนที่ผ่อนบ้านใกล้จะหมดแล้วก็ควรเลือกรีไฟแนนซ์ เป็นครั้งสุดท้ายด้วยอัตราดอกเบี้ยจนจบสัญญาที่ถูกที่สุด