ไลฟ์สไตล์

พรสิริ วิลเลียมส์ เมกอัพอาร์ติสต์บนรันเวย์ระดับโลก

  • 18 พฤษภาคม 2560, 12:31 น. |
  • เปิดอ่าน 245
Share on Google+
LINE it!
- +

ความรัก ความพยายาม ความทุ่มเท การฝึกฝน และเชื่อในสิ่งที่ตัวเองทำ พา คิตตี้-พรสิริ วิลเลียมส์ มาถึงความฝัน

เรื่อง กองทรัพย์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

เป็นเมกอัพอาร์ติสต์สาวไทยที่ได้รับภารกิจเป็นหัวหน้าช่างแต่งหน้าและออกแบบการแต่งหน้าสุดปัง บนรันเวย์งานลอนดอนแฟชั่นวีกของประเทศอังกฤษ สร้างชื่อเสียงและโชว์ผลงานจนฝรั่งทึ่ง สำหรับ “คิตตี้-พรสิริ วิลเลียมส์” วัย 31 ปี เป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้ารอบการแข่งขันแต่งหน้ารอบสุดท้ายระดับโลก IMATS มีผลงานในนิตยสารชั้นนำต่างๆ และยังเป็นกูรูที่ปรึกษาด้านความงามให้กับแอพพลิเคชั่น M thai ด้วย

จากเด็กสาวที่เรียนจบสายวิทยาศาสตร์ แต่การตัดสินใจไปเรียนระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ได้เปลี่ยนชีวิตและพาเธอมาไกลจนเจ้าตัวก็ยังคาดไม่ถึง ล่าสุด เธอได้กลับมาเยี่ยมเมืองไทยบ้านเกิด คิตตี้จึงได้ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์การเดินในเส้นทางบนรันเวย์ระดับโลกในฐานะเมกอัพอาร์ติสต์ของเธอให้ฟังว่า “หลังเรียนจบสาขาวิชาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ปรึกษากับคุณแม่ว่าจะไปเรียนต่อปริญญาโท เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ และเลือกเรียนสาขาการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่มหาวิทยาลัย Schiller ประเทศอังกฤษ ระหว่างที่เรียนปริญญาโท เราก็กลายเป็นคนที่ชอบสะสมเครื่องสำอาง กลับมาที่เมืองไทยมีเครื่องสำอางกระเป๋าใหญ่มาก คุณแม่ก็เลยถามอีกว่าอยากไปเรียนแต่งหน้าไหม ก็คิดว่าน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีก็ตัดสินใจกลับไปที่ประเทศอังกฤษอีกครั้ง”

จากเป้าหมายที่อยากจะเพียงแค่เก่งภาษาอังกฤษ แต่การลุกขึ้นมาจับแปรง เลือกรองพื้น และการวาดเส้นกรีดอายไลเนอร์ทำให้เส้นทางอาชีพของสาวคนนี้เริ่มต้นในวัยเกือบ 30 ปี “คิตตี้เพิ่งมารู้ตัวว่าชอบและรักการแต่งหน้ามาก เรารู้ช้าไหมก็ถือว่าช้า แต่ก็ยังดีที่รู้ พอรู้อย่างนั้นก็ทำให้คิตตี้มุ่งมั่นสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียน Delamar Academy ซึ่งเป็นสถาบันที่ขึ้นตรงกับ University of West London เราเข้าไปเขาก็จะสอนตั้งแต่พื้นฐานการแต่งหน้า ทำผม แฟชั่น สเปเชียลเอฟเฟกต์ ฯลฯ

หลักสูตรคือ 1 ปี คิตตี้เห็นเพื่อนในคลาสยังเด็กกันมาก บางคน 18-20 ปี แต่เรากำลังจะ 30 แล้วเราก็ต้องขยันให้มากกว่าคนอื่น พยายามให้มากกว่าคนอื่น” จุดเริ่มต้นอาชีพเมกอัพอาร์ติสต์ของสาวไทยตัวเล็กๆ คนนี้ เริ่มต้นขึ้นระหว่างเรียนไปได้ระยะหนึ่ง เธอเสนอตัวเป็นผู้ช่วยช่างแต่งหน้าในงานต่างๆ ในช่วงแรกของการทำงานต้องทำงานฟรี แม้จะท้อแท้บ้างแต่เธอคิดว่านี่คือสนามที่ฝึกฝีมือที่ดีที่สุด “ระยะแรกต้องทำงานฟรี อาจารย์ที่มาสอนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานในวงการแฟชั่นวงการภาพยนตร์อยู่แล้ว เขาก็จะหางานมาให้ เช่น การเป็นลูกมือของช่างแต่งหน้าอาชีพในงานต่างๆ ดังนั้นเราก็จะมีโอกาสฝึกฝีมือและแสดงฝีมือจากงานฟรีพวกนี้แหละ

พอท้อเราจะคิดว่าการแต่งหน้าเป็นสิ่งที่ชอบ ผลตอบแทนจากงานฟรีไม่ได้เป็นตัวเงิน แต่ข้อดีคือเราไม่ต้องเสียเงินจ้าง ช่างภาพ นางแบบหรือสถานที่ มีโอกาสได้ แต่งหน้านางแบบทุกวัน ทำให้พัฒนาการด้าน การแต่งหน้าของคิตตี้ค่อนข้างก้าวกระโดด และผลงานเป็นที่รู้จักของคนในวงการแฟชั่นมากขึ้น “ได้เป็นลูกทีมให้กับเมกอัพอาร์ติสต์ในงานลอนดอนแฟชั่นวีก และเข้าร่วมแข่งขันแต่งหน้าจนได้ที่หนึ่งในระดับประเทศที่อังกฤษ ทำให้คนรู้จักชื่อของคิตตี้มากขึ้น กระทั่งมีโอกาสได้เป็นหัวหน้าช่างแต่งหน้าและออกแบบการแต่งหน้าในงานลอนดอนแฟชั่นวีกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา”

คิตตี้ถูกมองว่าประสบผลสำเร็จในงานด้วยระยะเวลาสั้นๆ คือหนึ่งปีกว่าที่เดินหน้าเข้าสู่วงการนักแต่งหน้าอาชีพ แต่เธอมองว่าเมื่อเราลงทุนเป็นความพยายาม ผลตอบแทนก็มาจากความพยายามเช่นกัน “หลักการทำงานที่สำคัญและคิตตี้คิดและทำอยู่เสมอก็คือ เราต้องขยัน มุ่งมั่น อดทน และมีความพยายาม การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด แข่งขันกับตัวเองและทำให้ดีที่สุดก็พอ งานทุกงานมีความยาก-ง่ายแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือความพร้อมของตัวเอง ทำการบ้านให้หนัก ยิ่งเป็นหัวหน้าทีมเราต้องดูแลลูกทีมให้ดีที่สุด เราอยากได้ความไว้วางใจจากนางแบบ เราก็ต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ก่อน คิตตี้เลยไม่หยุดหาข้อมูล และฝึกความคิดสร้างสรรค์ด้วยการลงประกวด”

คิตตี้ เล่ากระบวนการทำงานในฐานะหัวหน้าช่างแต่งหน้าในงานแฟชั่นวีกระดับโลกว่า เริ่มจากรับทราบความต้องการของดีไซเนอร์ คอนเซ็ปต์งาน-ชุด เทรนด์แฟชั่นในช่วงนั้นๆ รวมถึงการแต่งหน้า-ทำผมให้กับนางแบบเพื่อกำหนดรูปแบบการแต่งหน้าและใช้เมกอัพให้เหมาะสม “การแต่งหน้าแบบเดียวกันไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน นางแบบสีผิวคนละแบบ ผมคนละสี เราต้องดูภาพรวมทั้งหมด ก่อนจะแจกจ่ายงานให้ลูกทีม” ถามว่า อะไรคือจุดเด่นของคิตตี้ ที่ทำให้การทำงานร่วมกับคนต่างชาติประทับใจ เธออธิบายว่า อันดับหนึ่งคือ วินัย “นอกจากความพยายามที่เราต้องมีมากกว่าคนอื่น สิ่งสำคัญคือคิตตี้จะไปตรงเวลา จริงๆ คือไปก่อนเวลา และทำงานให้เนี้ยบแต่เร็ว เพราะในวงการแฟชั่นเวลาคือสิ่งสำคัญ ช่างแต่งหน้ามีเวลาน้อยมาก แต่คุณต้องเนี้ยบด้วยนะ และด้วยเอกลักษณ์ของคนไทยคือชอบช่วยเหลือคนอื่น คือคิตตี้จะช่วยเขาเก็บของ อาสาเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นๆ ถ้างานของเราเสร็จ เขาก็อาจประทับใจ ความไม่ถือตัวหรือยึดอีโก้ของตัวเองเป็นใหญ่นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เพื่อนร่วมงานประทับใจ และทำให้เรามีงานเรื่อยๆ”

ทุกวันนี้เธอมีงานล้นมือ และมีเวลาช่วง สั้นๆ ที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด แต่สิ่งที่เมกอัพอาร์ติสต์สาวคนนี้อยากบอกก็คือ การเริ่มต้นหรือค้นพบความชอบหรือเส้นทางในสายอาชีพไม่มีอะไรที่สายเกินไป แม้ว่าเธอเคยคิดว่าน่าจะรู้ตัวให้เร็วกว่านี้สักนิดจะได้สนุกกับเส้นทางในอาชีพนี้ได้เร็วกว่านี้สักหน่อย แต่อย่างไรเสีย การเริ่มต้นช้านี่เองทำให้เธอแอ็กทีฟจนพาเธอมาถึงจุดที่ไม่คาดคิดว่าจะมาถึง เป้าหมายต่อไปของคิตตี้คือการเรียนรู้ในสายอาชีพของตัวเองไปเรื่อยๆ และอยากลองแต่งหน้าในสายงานภาพยนตร์ดูบ้างสักครั้ง

“งานเมกอัพอาร์ติสต์มีหลายสาย คิตตี้เริ่มต้นมาจากสายแฟชั่น งานเราจะแฟนซี มีลูกเล่นเรื่องการใช้สีและครีเอทในลักษณะสวยงาม แต่สำหรับสายหนัง คิตตี้มองว่าเป็นงานที่ท้าทายเหมือนกัน ซึ่งสายหนังที่ สนใจคือสเปเชียลเอฟเฟกต์ แต่เรายังไม่เคยทำมาก่อน สิ่งสำคัญเลยคือต้องอย่าหยุดเรียนรู้ คิตตี้ก็ยังลงประกวดอยู่เรื่อยๆ เพื่อที่วันหนึ่งอาจจะได้แต่งหน้าในภาพยนตร์และมีชื่อเป็นหนึ่งเครดิตในตอนท้ายภาพยนตร์บ้าง” เธอพูดปิดท้ายพร้อมรอยยิ้ม ติดตามชมผลงานการแต่งหน้าของคิตตี้ได้ที่ www.kittynoofah.com และโซเชียลมีเดียอื่นๆ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูบชาแนล ในชื่อ kittynoofah