ไลฟ์สไตล์

ขับรถออฟโรดสุดท้าทาย

  • 12 กันยายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 121
Share on Google+
LINE it!
- +

การขับรถแบบออฟโรด ถือเป็นกิจกรรมเท่ๆ แมนๆ สุดท้าทายที่ผู้ชายมักจะชื่นชอบกัน

เรื่อง : ภาดนุ ภาพ : อีพีเอ/ฟอร์ด

ในการขับรถผจญภัยแบบออฟโรด ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ที่มาพร้อมกับความมั่นใจ แต่จะขับออฟโรดอย่างไรถึงจะสนุกและปลอดภัยล่ะ ลองไปดูเคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาฝากกัน

1.เตรียมตัวให้พร้อม

เราสามารถลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ ได้ด้วยการวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด และนำอุปกรณ์ที่จำเป็นพกติดตัวไปด้วย ตั้งแต่เติมน้ำมันให้เต็มถัง เตรียมเชือกสำหรับลากรถ พลั่ว ยางสำรอง และชุดอุปกรณ์เปลี่ยนยาง เครื่องปั๊มลมแบบพกพา แผนที่และเข็มทิศหรือจีพีเอสนำทาง รวมทั้งโทรศัพท์ดาวเทียม เพื่อใช้ในการติดต่อหากเกิดเหตุจำเป็น

2.ทำความคุ้นเคยกับยานพาหนะ

การรู้จักและเข้าใจวิธีการทำงานของรถยนต์ในหลากหลายสถานการณ์ เป็นเรื่องสำคัญที่ควรเรียนรู้ ทั้งคุณ สมบัติและเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจงของรถ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อขับอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบออฟโรด นอกจากนี้ควรทำความคุ้นเคยกับขนาดของตัวรถและสมรรถนะของรถด้วย เพราะในบางครั้งเราอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องขับรถในที่แคบ ลุยน้ำ หรือขับข้ามสิ่งกีดขวาง รวมทั้งความสามารถในการลุยน้ำ ลุยโคลน วิธีการหักเข้า และหักออกจากมุม

3.ลดแรงดันของยาง

ข้อดีในการลดแรงดันของยางนั้นมีอยู่มากมายคือ 1.หากพื้นผิวยางสามารถสัมผัสพื้นผิวของถนนได้มากเท่าไร ก็จะช่วยให้รถสามารถกระจายน้ำหนักได้สมดุลมากเท่านั้น 2.ยางจะสามารถดูดซับแรงกระทบได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยปกป้องล้อและส่วนอื่นๆ ของรถเมื่อขับเคลื่อนบนถนนที่ขรุขระ 3.การลดแรงดันของยางจะช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้นเมื่อออกผจญภัยแบบสมบุกสมบัน เพราะยางที่อ่อนเล็กน้อยจะยึดเกาะถนนที่มีพื้นผิวขรุขระและสามารถลดแรงกระแทกได้ในเวลาเดียวกัน

4.พยายามใช้ช่วงเกียร์ต่ำที่สุดที่มีอยู่

การควบคุมให้รถเคลื่อนที่ด้วยเกียร์ต่ำจะช่วยเพิ่มพลังขับเคลื่อนได้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่จำเป็นต้องเพิ่มการควบคุมให้มากขึ้นในขณะขับเคลื่อนอยู่บนพื้นผิวที่ขรุขระ รถยนต์บางรุ่นผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ใช้ความเร็วต่ำ แต่มีแรงฉุดลากสูงได้ เพียงแค่หมุนสวิตซ์ขณะรถจอดหยุดนิ่ง และเมื่อต้องขับลงเนินที่สูงชัน ก็แค่กดปุ่มใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา ก็จะช่วยควบคุมการขับรถลงเขาได้ง่ายขึ้น

5.เลือกเส้นทางที่ดีที่สุด

ควรสำรวจเส้นทางด้านหน้าและพยายามเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในการเดินทาง โดยผู้ขับขี่ควรเลือกเส้น ทางที่มั่นใจว่าล้อทั้ง 4 ล้อจะสามารถสัมผัสกับพื้นผิวถนนได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับช่วงล่างของรถ หากเส้นทางด้านหน้าค่อนข้างลึกและแคบ รวมทั้งอาจมีสิ่งกีดขวางที่ไม่สามารถมองเห็นได้โดยรอบ คุณควรมีผู้ช่วยในขณะเดินทาง เช่น เพื่อนที่สามารถลงจากรถและช่วยบอกทาง เพื่อให้ข้ามสิ่งกีดขวางนั้นไปได้

 

6.ขับเคลื่อนผ่านแอ่งน้ำอย่างระมัดระวัง

ก่อนที่จะขับรถข้ามแอ่งน้ำใหญ่ ควรตระหนักถึงประสิทธิภาพในการลุยน้ำของรถ ว่าสามารถลุยน้ำที่มีความลึกสูงสุดได้แค่ไหน ซึ่งช่วงล่างและด้านหน้ารถต้องได้รับการออกแบบให้สามารถกระจายแรงดันจากน้ำได้อย่างดี เมื่อขับผ่านแอ่งน้ำควรขับอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการกระเด้งของฝากระโปรงรถ และเมื่อขับเคลื่อนไปแล้วก็ควรรักษาระดับความเร็วไว้ ที่สำคัญไม่ควรหยุดรถในขณะขับผ่านหลุมลึก เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนของรถจมน้ำได้

7.ระลึกไว้ว่า เราสามารถเลี้ยวรถกลับได้เสมอ

เมื่อไหร่ที่ผู้ขับขี่ไม่มั่นใจในเส้นทางหรือสภาพพื้นผิวถนน คุณก็สามารถจะเลือกเส้นทางอื่น หรือหาทางกลับรถได้ทุกเมื่อ เพราะความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดในการผจญภัยแบบออฟโรด

8.บอกเพื่อนหรือญาติ เกี่ยวกับแผนและวันเดินทาง

เพื่อนและคนในครอบครัวควรจะได้ทราบถึงแผนการเดินทางและเส้นทางที่คุณจะขับรถไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณกำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ที่ไม่สามารถติดต่อได้หรือในที่ที่มีสัญญาณมือถือน้อย อย่าลืมเช็กกับคนในท้องถิ่น หรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในเรื่องสภาพอากาศทั้งก่อนและระหว่างเดินทางด้วยล่ะ

9.ศึกษาข้อกำหนดและกฎหมายของสถานที่ที่จะไป

ก่อนออกเดินทางควรศึกษาถึงข้อกำหนดและกฎหมายต่างๆ รวมทั้งข้อควรระวังเกี่ยวกับประเทศนั้น โดยเฉพาะสถานที่อย่างอุทยานแห่งชาติ หรือการขับรถแบบออฟโรดผ่านทางทะเลทรายบางแห่ง คุณจำเป็นต้องติดธงที่รถเพื่อให้รถคันอื่นในทะเลทรายมองเห็น เป็นต้น