สุขภาพ

กินให้เหมาะกับช่วงวัย ดีต่อสุขภาพ

  • 17 กรกฎาคม 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,323
Share on Google+
LINE it!
- +

ปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรับประทานอาหาร คุณเคยรู้ไหมว่า การรับประทานให้เหมาะกับช่วงวัยก็ช่วยลดความเครียดได้

เรื่อง : วราภรณ์   ภาพ : Reuters

นอกจากการกินให้เหมาะกับช่วงของแต่ละวัยแล้ว ควรควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ปฏิบัติอยู่นั้นเหมาะสมกับสภาพร่างกายในแต่ละช่วงวัย และนำมาซึ่งร่างกายที่แข็งแรงอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลีย นำโดย ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จึงให้คำแนะนำเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเองด้วยวิถีธรรมชาติ โดยเชิญ พญ.ธิศรา วีรสมัย หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ “Be a Well Being สุขภาพดีทุกช่วงวัยใครว่ายาก?”

พญ.ธิศรา กล่าวว่า การใช้ชีวิตในแบบ Well Being คือ การกินดีอยู่ดี ชีวิตเต็มไปด้วยความผาสุก ต้องประกอบไปด้วยความสุขสมบูรณ์ทั้งในแง่ร่างกายและจิตใจ มีหน้าที่การงานมั่นคง อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมและครอบครัวที่ดี ทั้งนี้ความผาสุกของร่างกายและจิตใจนั้น จะต้องสามารถบริหารความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละช่วงวัยจะมีความเครียดและการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมือนกัน

กลุ่มวัยทำงาน ควรกินวิตามินบี ซี และอาหารที่มีสารอาหารแมกนีเซียม : กลุ่มวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับภาวะเครียดมากที่สุด เพราะสนใจกับหน้าที่การงานจนลืมดูแลสุขภาพ ซึ่งการทำงานหนักทำให้ร่างกายเผชิญความเครียดทุกๆ นาทีโดยที่ไม่รู้ตัว ปัจจุบันมีโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer vision syndrome) หมายถึง การใช้สายตาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จนกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตาลดลงจนปวดกล้ามเนื้อตา มองภาพไม่ชัด เหล่านี้แฝงอยู่ในความเครียดและกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอยากความหวาน รับประทานแต่อาหารในกลุ่มแป้ง น้ำตาล ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ประกอบกับการใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ ในกลุ่มนี้การดูแลสุขภาพจึงเน้นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เหมาะสม และที่สำคัญคือ การรับประทานอาหารและได้สารอาหารที่ครบถ้วน ปัจจุบันอาหารที่มีงานวิจัยพบว่าสามารถต้านความเครียดได้ดี จะอยู่ในกลุ่มพวกวิตามินบี และควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารแมกนีเซียม วิตามินซี เช่น รับประทานผลไม้ ฝรั่งและส้ม และธาตุสังกะสีร่วมด้วย

กลุ่มวัยทอง ควรกินสารอาหารโคเอนไซม์ คิวเทน : กลุ่มวัยทองหรือวัยสูงอายุ ร่างกายจะขาดฮอร์โมน เกิดความเสื่อมของเซลล์ เช่น ผิวพรรณไม่ชุ่มชื้น ความทรงจำแย่ลง ไขมันในเลือดสูงขึ้นทำให้มีโอกาสเกิดไขมันอุดตันและเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ ไม่ว่าจะเป็นสมองหรือหัวใจ การเสื่อมของข้อเข่า ดังนั้นการดูแลที่สำคัญคือปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต พักผ่อนให้เพียงพอ และการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด ควรออกกำลังกายในลักษณะที่เรียกว่า เวต แบริ่ง เน้นการออกกำลังกายให้กระดูกแข็งแรง เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ แต่หากมีน้ำหนักตัวมากจนมีอาการเจ็บข้อเข่า อาจเป็นการเดินออกกำลังในน้ำแทน

สารอาหารที่เหมาะสำหรับคนกลุ่มนี้ ได้แก่ สารอาหารโคเอนไซม์ คิวเทน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย โดยเฉพาะการทำงานของหัวใจ และในขณะเดียวกันก็มีฤทธิ์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอล รวมถึงควรรับประทานอาหารที่ให้โอเมก้า 3 ซึ่งมี EPA และ DHA โดยเฉพาะ EPA มีบทบาทลดไขมันตัวร้าย หรือไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่ม HDL หรือไขมันตัวดีให้กับร่างกาย รวมถึงยังช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือด ส่วนปัญหาผู้สูงอายุเข่าเสื่อม นอกจากรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีแล้ว กลูโคซามีนก็มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นสารตั้งต้นของไฮยาลูโรนิคแอซิด ซึ่งพบมากในกระดูกอ่อนตามข้อ มีคุณสมบัติช่วยให้ความยืดหยุ่นกระดูกอ่อนดี การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ลดกระบวนการอักเสบตามข้อได้ดีอีกด้วย