กินเที่ยว

เที่ยวแบบRealistic

  • 18 เมษายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 1,543
Share on Google+
LINE it!
- +

เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว แบบ Realistic โดย ปอร์เช่ - มาชิดา มุสิกานันต์ ที่จะพาไปสัมผัสเสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวอย่างไม่รู้ลืม

เรื่อง : ไรเฟิลเบิร์ด ภาพ : มาชิดา มุสิกานันต์

เคยมองดูแผนที่โลก แล้วย้อนนึกถึงความฝันสมัยเด็ก ที่อยากท่องเที่ยวไปทุกประเทศไหม

คำถามนี้ ปอร์เช่ - มาชิดา มุสิกานันต์ กรรมการผู้จัดการ Moniz Skincare ถามตัวเองอยู่บ่อยๆ และก็ได้ให้คำตอบแก่ตัวเองเป็นที่เรียบร้อย

“ถ้าไม่เริ่มออกเดินทางวันนี้ ก่อนตายคงจะไปได้ไม่ถึง 10 ประเทศแน่นอน”

 

ถึงแม้วันนี้ธุรกิจจะรัดตัว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประสบการณ์ชีวิตข้างนอก มันช่างยั่วยวนเกินห้ามใจ แต่จะให้ไปเดินเที่ยวตามหัวหน้าทัวร์ถือธงมันก็ไม่ใช่แนวทางของปอร์เช่ ต้องสัมผัสกับสถานที่จริง ที่คนเขาใช้ชีวิตกันจริงๆ ถ้าถามว่าชอบเที่ยวแบบไหน เธอจะตอบว่า “เที่ยวแบบ Realistic”

ปอร์เช่เล่าถึงเสน่ห์ของการเดินทางแบบชาว Backpacker “อยู่ที่การหลงทาง และการนั่งแช่ กินบรรยากาศ มองดูผู้คน หรือการถ่ายรูปต้นมอสเล็กๆ หรือแมลงเต่าทอง ที่ชาวโลกไม่ค่อยเข้าใจหรอก และหลายคนก็ยังเข้าใจผิดอยู่ ว่า Backpacker คือการเที่ยวราคาประหยัด แต่จริงๆ แล้ว มันมากกว่านั้นเยอะ

 

อย่างทริปที่เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ตั้งใจว่าจะไปในแบบที่หลายคนไม่เคยได้สัมผัส ระหว่างการเดินทางก็มีทั้งเรื่องสวยงาม อย่างวิวภูเขา Mont Blanc เรื่องตื่นเต้น อย่างตอนหลงทางในรถไฟใต้ดินที่ปารีส ตอนลืมกุญแจรถไว้ท้ายกระโปรงรถเช่า Volkswagen ที่เปิดไม่ได้ที่เมือง Grenoble หรือ ถีบเรือ 2 คนอย่างสุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางอากาศเย็นๆ รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงตระหง่าน ทุกอย่างคือประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหา และเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด“

สำหรับไฮไลต์ของเส้นทางนี้ คือ การพิชิตความสูงของภูเขา “เริ่มต้นที่ยอดแรก 3,842 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่ Aiguille Du Midi เมือง Chamonix ด้วยการขึ้น Cable car ที่สูงที่สุดในยุโรป ชมวิวยอด Mont Blanc และถ่ายภาพในตู้กระจก ยอดนี้เจอกับภาวะออกซิเจนต่ำเป็นครั้งแรกในชีวิต เล่นเอาหอบเลยค่ะ คิดในใจดังๆว่า ถ้ามาตอนอายุ 60 ต้องตายแน่ๆ

 

ต่อด้วย ยอด La Flegere ความสวยงามที่พรรณนาไม่ได้ ที่ความสูง 2,595 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แม้จะต้องเดินเท้าข้ามก้อนหินใหญ่ยักษ์ ไปนานนับชั่วโมง แล้วไปหยุดรับประทานปิกนิกกันกลางทางชิวๆ วิวสวยๆ กับอาหารง่ายๆ ทำให้ลืมเหนื่อยไปเลย

จบการขึ้นยอดเขาสูงที่ Tignes, Grande Motte พิชิตความสูง 3,653 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ด้วยลิฟท์ที่เจาะเข้าไปในภูเขาที่แสนหนาวเย็นยะเยือก โผล่ออกมาเจอหุบเขาที่ขาวโพลน กับลมแรงๆ ที่กระแทกเข้ามาอย่างจัง ทั้งยอดเต็มไปด้วยหิมะที่เนียนนุ่ม จนอดไม่ได้ที่จะทิ้งตัวลงนอน เล่นท่า Butterfly อย่างที่ฝันไว้เลย ที่นี่นับเป็นสวรรค์ของนักสกีเลยละค่ะ

นี่ถ้ารอเกษียณ คงไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้แน่นอน รีบตั้งเป้าหมายเลยว่าต้องออกกำลังกายให้แข็งแรงกว่านี้ เพื่อที่ทริปหน้าจะได้มีแรงมาลุยอุปสรรคมันส์ๆ แบบนี้อีก เพราะทุกครั้งที่ได้ลุย ประสบการณ์ และวิวปลายทางมันช่างคุ้มค่าเกินบรรยายจริงๆค่ะ“