ธรรมะ-จิตใจ

How far can you go เราจะไปได้ไกลแค่ไหน?

  • 10 กันยายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 819
Share on Google+
LINE it!
- +

เปิดชีวิตนักกีฬาพาราลิมปิก จอห์น แมคลีน สำเร็จได้เพราะพยายาม

เรื่อง : กันย์

คำถามแรกที่ จอห์น แมคลีน นักกีฬาพาราลิมปิก ถามผู้ร่วมวงสัมมนาในงาน Infinite Possibilities in Digital Era - How far you can go โดยบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อไม่นานมานี้

เป็นคำถามเดียวกับที่พ่อของจอห์นเคยถามเขาเมื่อ 26 ปีที่แล้ว ภายหลังที่เขาฟื้นตัวจากอุบัติเหตุรถชนและพบว่า ร่างกายท่อนล่างเป็นอัมพาต นั่นหมายความว่า ชีวิตการเป็นนักกีฬามืออาชีพที่กำลังรุ่งโรจน์ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรักบี้ หรือไตรกีฬา ต้องจบลงด้วยวัยเพียง 22 ปี

Hold on to the past or Let go ยึดติด หรือ ปล่อยวาง

จอห์น เล่าว่า ความฝันในวัยเด็กของเขาคือการเติบโตเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียง แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นคือ ความจริงของชีวิตที่ทำใจได้ยาก หลังจากทิ้งชีวิตให้จมอยู่กับความทุกข์และร่างกายที่เจ็บปวดบนเก้าอี้รถเข็น หรือวีลแชร์ไปวันๆ จนเมื่อพ่อได้ถามเขาในวันหนึ่งว่า ชีวิตลูกจะไปได้ไกลแค่ไหน เป็นคำถามซึ่งทำให้ฉุกคิดได้ว่า สำหรับเขาแล้ว ชีวิตคงมีอยู่สองทางเลือก คือ จะยึดติดอยู่กับอดีตให้ใจเป็นทุกข์ หรือ ปล่อยวางมันเสียแล้วก้าวต่อไปข้างหน้า จอห์นตัดสินใจเลือกที่จะปล่อยวางอดีต แต่ไม่ยอมละทิ้งความฝัน

เขาเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับตัวเอง เริ่มจากการก้าวข้ามข้อจำกัดของร่างกาย ปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเองเสียใหม่ และมุ่งมั่นเดินตามความฝันอีกครั้งในฐานะนักกีฬาวีลแชร์ ที่ต้องประสบความสำเร็จในโลกการกีฬาให้ได้ จอห์นทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักในกีฬาเกือบทุกประเภท เขายังท้าทายตัวเองอีกว่า เขาจะต้องยิ่งใหญ่ และแกร่งกว่าเดิม โดยสิ่งที่จะพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับคือ การเข้าร่วมแข่งขันกีฬาที่ยากที่สุดเท่าที่มีการจัดขึ้นบนโลกใบนี้ เพราะเขาเชื่อมั่นว่า โอกาสมีอยู่ทุกที่ และเป็นของเราเสมอ ขอเพียง เปิดหู เปิดตา และเปิดใจ

Keep on trying, keep on going จงไปต่อไป

คำตอบที่ได้ในวันนั้น ทำให้ชื่อของ จอห์น แมคลีน กลายมาเป็นนักกีฬาวีลแชร์คนแรกที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันไอรอนแมนโดยสามารถเข้าถึงเส้นชัยเป็นอันดับสาม และทำได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่มีร่างกายปกติในปีนั้นนั่นเอง และยังเป็นนักกีฬาคนแรกที่ไม่ใช่คนอเมริกาซึ่งมีชื่อปรากฎในหอเกียรติยศการแข่งขันไตรกีฬาไอรอนแมนที่ฮาวายอีกด้วย นอกจากนี้ จอห์นยังเป็นนักกีฬาคนพิการคนแรกที่ประสบความสำเร็จในการว่ายน้ำข้ามทะเลช่องแคบอังกฤษในปี 2541 ด้วยสถิติ 12 ชั่วโมง 55 นาที รวมถึงการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมนักกรีฑาในการแข่งขันโอลิมปิกส์และพาราลิมปิกส์สำหรับผู้พิการ ในปี 2543 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของชีวิต และเขาก็สามารถคว้าเหรียญเงินจากกีฬาเรือพายกรรเชียงในการแข่งขันพาราลิมปิกที่กรุงปักกิ่งในปี 2551 ได้ในที่สุด

One Step at a time - just an attempt ทีละก้าว ขอแค่พยายาม

ในปี 2557 จอห์น แมคลีน ชนะการแข่งขันไตรกีฬาโดยไม่ต้องใช้วีลแชร์ เนื่องจากขาเริ่มกลับมาใช้การได้อีกครั้งภายหลังใช้วิธีรักษาแบบ แวร์ เค เทรเมอร์ เธอราปี นี่คืออีกหนึ่งความฝัน ความหวัง และความพยายามที่ใช้เวลายาวนานกว่า 25 ปี เพื่อที่จะมีโอกาสกลับมายืน และเดินเคียงข้างไปกับภรรยาและลูกชายของเขาอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยหยุดความพยายามในการค้นหาเทคโนโลยีหรือวิธีการที่จะทำให้ตัวเองดีขึ้นในทุก ๆ ทางแม้แค่เพียงน้อยนิดก็ตามความพยายามที่เข้มแข็งในจิตใจนี่เอง ที่ทำให้เขามุมานะเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลับเป็นไปได้ เผชิญหน้ากับความยากลำบากที่ผ่านมาในชีวิตและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังผลักดันไปสู่ความสำเร็จที่มากขึ้นและมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ปัจจุบัน จอห์น แมคลีน ประสบความสำเร็จกับการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และได้จัดตั้งมูลนิธิ จอห์น แมคลีน เพื่อเป็นการตอบแทนคืนให้กับสังคมและชุมชนในการสนับสนุนช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้กับเด็กผู้พิการของออสเตรเลีย

Life is to be lived ไม่ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร ชีวิตนั้นก็มีค่าควรแก่การใช้ชีวิต

จอห์น แมคลีน กล่าวปิดท้าย อย่าหยุดพยายาม อย่าหยุดค้นหาตัวเอง อย่าหยุดมองสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว แล้วเราจะค้นพบตัวเราเองในที่สุดว่า เราเป็นอะไรได้บ้าง ทำอะไรได้บ้าง และต่อให้ความฝันและเป้าหมายนั้นอยู่ไกลเพียงใด เราจะตอบตัวเองได้อย่างมั่นใจว่าให้ไกลแค่ไหน เราก็ไปถึง