ธรรมะ-จิตใจ

ปลูกผักออร์แกนิกช่วยลดเครียด วัชรี ศิริเวชวิวัฒน์

  • 7 กันยายน 2560, 09:00 น. |
  • เปิดอ่าน 679
Share on Google+
LINE it!
- +

ลองหากิจกรรมที่เรียบง่ายเช่นการปลูกผักออร์แกนิกเล็กๆ ที่หลังบ้านดูเหมือน วัชรี ศิริเวชวิวัฒน์ ดูไหม บางทีคุณอาจจะพบความสุขทางใจเช่นเดียวกับเธอก็ได้

เรื่อง : วราภรณ์ ภาพ : วัชรี ศิริเวชวิวัฒน์

วัชรี ศิริเวชวิวัฒน์ คือผู้บริหารระดับสูงของ Good Things Happen บริษัทดูแลด้านการตลาดให้บริษัท GDH 559 นอกจากนี้เธอยังเป็นเจ้าของ “Pluuk Therapy” เพจที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกผักสวนครัว การเป็นคุณแม่ลูกสองและมีหน้าที่การงานที่เป็นถึงระดับผู้บริหารทำให้การทำงานส่วนใหญ่พบกับความรีบเร่งและเคร่งเครียดที่ต้องทำงานคำนึงถึงตัวผลกำไรที่จะเข้าบริษัท การเป็นทั้งนักข่าว ครีเอทีฟและนักบริหารทำให้ความเครียดของเธอสะสมทำให้เกิดอาการไมเกรนโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่พอได้มาหาแนวทางเพื่อการบำบัดจิตที่ทำงานเครียดตลอด 7 วันหันมาปลูกผักออแกนิคเธอค้นพบว่านอกจากได้ชีวิตที่ช้าลงแล้ว เธอยังได้ทำกิจกรรมที่ถือเป็นงานขนานเอกทำให้เธอปล่อยวางได้มากขึ้นจากวิธีง่ายๆ คือ การปลูกผัก ที่ค้นพบเลยว่าเธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น นั่นคือการไม่เป็นเจ้านายที่มีอารมณ์หงุดหงิดอีกต่อไป

“เมื่อก่อนทำงานไม่มีเวลาพักเลยเช่น เสาร์อาทิตย์ก็ยังมีโทรตามงานกับลูกน้อง แต่พอมาช่วงปีหลังได้ค้นพบการปลูกผักออร์แกนิคที่เป็นผักบอบบางต้องรับการเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา ทำให้วิถีชีวิตเอ๋เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ความเครียดในการทำงานก็น้อยลง คนรอบข้างเราก็ได้อานิสงส์ ลูกน้องบอกว่า เอ๋เบาลง ผ่อนคลายลง เพราะปลูกผักมันสอนให้เอ๋รู้จักการรอคอย เพราะการปลูกผักเป็นธรรมชาติ บางทีเราคอยนึกเปรียบเทียบการทำงาน สมมติลูกน้องสองคน เราจะให้ลูกน้องสองคนเก่งเท่ากันไม่ได้ ย้อนกลับไปที่ผัก ผักยังโตไม่เหมือนกัน ปลูกผักทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น เข้าใจว่าของแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน เหมือนคนทำงาน เราจะคาดหวังให้คนทำงานสองคนทำงานวิธีเดียวกันไม่ได้ ผักยังเติบโตไม่เหมือนกัน ทำให้เราไม่เครียดงานเราจะดีไปเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะกระหืดกระหอบไปทำงาน แต่ทุกวันนี้ก่อนไปทำงานตอนเช้าเอ๋ลงไปที่สวนไปชื่นชมธรรมชาติสวยงาม เห็นการเจิรญเติบโต โมเมนต์เวลาตอนเช้าๆ ที่เราไปตัดผักให้แม่ทำอะไรกิน ชีวิตมันมีความสุขจริงๆ นะคะ”

ชีวิตวันเสาร์อาทิตย์ก็เรียบง่ายมากขึ้น จากเมื่อก่อนต้องหาเวลาไปเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า แต่ทุกวันนี้วันหยุดสุดสัปดาห์เอ๋มีชีวิตที่เรียบง่ายมากขึ้น นอกจากประหยัดสตางค์แล้ว ยังได้รายได้มากขึ้นเพราะชื่นชมอยู่กับพืชผักสีเขียวที่บ้าน ไม่ต้องไปเดินช้องปปิ้งกระเป๋าใบละหนักหมื่นบาท 

“ตอนนี้ไปห้างสรรพสินค้า แค่ได้ผักมาซองหนึ่งเอ๋ตื่นเต้นมาก ตอนนี้เพื่อนไปต่างประเทศเราจะฝากซื้อเมล็ดพันธุ์พืชแปลกๆ แล้วลองทดลองปลูก ดูซิว่าจะขึ้นหรือเปล่า เอ๋จะลุ้นมากๆ แรกๆ พอพืชผลเราออกดอกผลเราก็เอาไปฝากแบ่งให้เพื่อนบ้านได้ลองกินผักออแกนิคของเรา ได้เพื่อนบ้านก็ได้ลองกินผักออแกนิคของเรด้วย เพื่อนบ้านหรือลูกค้าเขาก็มีความสุขที่ได้หาพันธุ์ผักแปลกๆ มาให้เอ๋ปลูก เช่น วันไหนเราเด็ดผักจากต้นแล้วมาปรุงเราจะเขียนการทำแชร์ในเพจ หรือเราเด็ดพืชผักของเรามาทำแซนด์วิชแล้วโพสต์ลงในเพจ ลูกก็มีความสุข แม่ก็มีความสุขไปด้วย โดยเฉพาะลูกชายคนโตวัย 12 ขวบ เขาเรียนโรงเรียนประจำที่เขาใหญ่ เสาร์อาทิตย์จะกลับบ้าน ส่วนลูกวัย 7 ขวบของเราก็มีโมเมนต์ทำอาหารกินกันในครอบครัว ก็มีความสุขอีกแบบ แล้วลูกก็ชอบมากๆ ค่ะ”